การป้องกันสารพิษอันตรายนอกโรงงานอุตสาหกรรม

การป้องกันสารพิษอันตราย

เป็นหน้าที่อันสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรม ที่จะต้องมีวิธีการจัดการและควบคุมป้องกันอันตรายจากสารพิษอย่างมีประสิทธิภาพ

สารพิษอันตรายนอกโรงงานอุตสาหกรรม

ในโรงงานอุตสาหกรรมมีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภทมีขบวนการผลิตที่ไม่เหมือนกัน ใช้สารพิษต่างกัน ดังนั้น การป้องกันสารพิษอันตรายแต่ละโรงงาน จึงต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป  โดยคำนึงถึงความจำเป็นและพื้นฐานความแตกต่างดังกล่าว แต่โดยหลักการทั่วไป เราต้องพิจารณาควบคุมป้องกันอันตรายจากสารพิษ ดังนี้

1.การควบคุมที่ต้นตอของสารพิษ Source

เป็นวิธีแรกที่ควรเลือก และจะได้ผลโดยตรงในการป้องกันพิษจากสาร วิธีการคือ

  • เลือกใช้สารอื่นทดแทน โดยการห้ามใช้สารพิษที่มีพิษมาก เมื่อมีสารอื่นที่มีพิษน้อยกว่า สามารถใช้ทดแทนในการผลิตแม้จะมีราคาแพงกว่าก็ตาม เช่น ใช้โทลูอีนเป็นตัวทำละลายแทนเบนซิน
    • มีการเปลี่ยนแปลงเคมีภัณฑ์ให้คงรูปที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ เช่น เคมีภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเป็นฝุ่นผง สามารถฟุ้งกระจายเป็นสารแขวนลอยในอากาศก็เปลี่ยนเป็นก้อน เม็ด เกล้ด หรือ แผ่น เพื่อลดการฟุ้งกระจาย และยังมีการเปลี่ยนแปลงจากการใช้เคมีภัณฑ์ที่มีอันตรายเป็นใช้เคมีภัณฑ์ที่มีอันตรายน้อย เช่น สิวานิช กาว เป็นต้น

2.การควบคุมที่ขบวนการผลิต Process

เลือกขบวนการผลิตที่ทำให้เกิดความปลอดภัย เช่น

2.1 เปลี่ยนแปลงขบวนการผลิตใหม่ โดยเลือกใช้ขบวนการผลิตที่ปลอดภัยกว่า เช่น การผลิตโซดาไฟควรหลีกเลี่ยง เลี่ยงขบวนการผลิตที่มีการใช้ เซลล์ปรอท เปลี่ยนไปใช้ระบบ Diaphram ของ Graphite แทน

2.2 ปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตให้ดีขึ้น เช่น การผลิตที่ใช้แรงงานที่เป็นอันตรายก็เปลี่ยนไปใช้หุ่นยนต์แทน การพ่นสีรถยนต์เปลี่ยนเป็นการชุบสีด้วยกระแสไฟฟ้าแทน

2.3 แยกขบวนการผลิตที่เป็นอันตรายออก Isolation

2.4 เลือกระบบปิด Enclosure system

2.5 ใช้วิธีการทำให้เปียกชื้น Wet methods

2.6 มีการระบายอากาศเฉพาะที่ Local Exhaust Ventilation

2.7 มีการบำรุงรักษาอย่างเพียงพอ Adequeous maintainance

3.ไม่มีการตรวจสุขภาพคนงานอย่างต่อเนื่อง

หรือ มีการตรวจแต่ไม่ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เช่น พบว่าเป็นโรคปอด ก็ควรเจาะลึกถึงสาเหตุที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการเกิดโรคจากพิษของแมงกานีส หากคนงานที่เคยทำงานในโรงงานแมงกานีสได้รับพิษแล้วเปลี่ยนงานไปทำโรงงานอื่น ๆ ดังนั้น โรงงานควรจัดทำสมุดประวัติของคนงาน ซึ่งอาจใช้บังคับโดยกฎหมายแรงงาน เพื่อประโยชน์ในการเรียกร้องการรักษาของคนงานเอง

4.การทำลายขยะและกากสารพิษยังไม่เป็นระบบที่ดี

ขาดความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ โดยไม่แยกแยะขยะธรรมดาออกจากการสารพิษ หรือ การกของเสียของโรงงาน ทำให้สารพิษถูกปล่อยออกไปปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมาก

5.ควรมีข้อกำหนดเป็นกฎหมายควบคุมอย่างชัดเจน

รวมทั้งควรห้ามนำภาชนะบรรจุสารพิษทำความสะอาดเพื่อนำไปใช่ต่อด้วย

6.การหลีกเลี่ยงละเลยการสร้างระบบขจัดทำลายสารพิษ

ทั้งในน้ำทิ้ง การปล่อยสารพิษ หรือการที่มีระบบอยู่แล้ว แต่ละเลยไม่ใช้ ซึ่งแก้ไขได้โดยการตรวจอย่างสม่ำเสมอ และดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีหน้าที่กำกับดูแล เรื่องวัตถุอันตรายภายในประเทศ ใช้กฎหมายอยู่ 2 ฉบับที่ออกใหม่ ได้แก่ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535.

Share:

Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin

More Posts

ผู้ควบคุมมลพิษคือใคร มีความสำคัญอย่างไร

ผู้ควบคุมมลพิษคือใคร มีความสำคัญอย่างไร

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineผู้ควบคุมมลพิษ คือ                ผู้ควบคุมมลพิษ คือผู้ที่มีหน้าที่สำคัญในการจัดการและดูแลมลพิษที่เกิดในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่นี้จำเป็นต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการจัดกสนกับมลพิษต่าง ๆ เพื่อให้สามารถควบคุมระบบบำบัดมลพิษได้อย่างเชี่ยวชาญ โดยสามารถแบ่งตามประเภทของมลพิษที่เกิดขึ้นได้ดังนี้ ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำ ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศ ผู้ควบคุมระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรม                โรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายตามกฎหมายหรือประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำหนดชนิดและขนาดโรงงาน กำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษหรือ สิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อ

น้ำใต้ดิน ดัชนีชี้วัดคุณภาพของทรัพยากรน้ำที่สำคัญ

น้ำใต้ดิน ดัชนีชี้วัดคุณภาพของทรัพยากรน้ำที่สำคัญ

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineแหล่งน้ำธรรมชาติสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ น้ำในบรรยากาศ หรือไอน้ำและเมฆฝน น้ำผิวดินหรือน้ำท่า หรือน้ำตามแหล่งน้ำอย่างแม่น้ำ ทะเล ทะเลสาบ และน้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาล การไหลเวียนของน้ำมีลักษณะเป็นวัฎจักร กล่าวคือน้ำในบรรยากาศจะตกลงมาสู่พื้นโลก บางส่วนจะถูกกักเก็บเอาไว้ตามแหล่งน้ำผิวดิน อย่างแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ต่าง ๆ แต่จะมีน้ำผิวดินบางส่วนที่ไหลซึมลงไปสู่ใต้ดิน ซึ่งน้ำเหล่านี้จะถูกกักเก็บไว้ในช่องว่างระหว่างชั้นดิน

ทำไมผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศต้องได้รับการฝึกอบรม

ทำไมผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศต้องได้รับการฝึกอบรม

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               พื้นที่อับอากาศ คือบริเวณพื้นที่ที่มีขนาดเพียงพอที่คนสามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ แต่มีทางเข้าออกน้อย หรือจำกัดมักมีเพียง 1 – 2 ทางเข้าออกเท่านั้น ตัวอย่างเช่นถังไซโล ห้องนิรภัย ถ้ำ อุโมงค์ หลุมที่มีขนาดใหญ่ ท่อ แทงค์น้ำ พื้นที่ใต้พื้นอาคาร เป็นต้น นอกจากทางเข้าออกจะมีจำกัดแล้ว ยังอยู่ไกลจากบริเวณที่ต้องปฏิบัติงาน หรือมีขนาดคับแคบอีกด้วย มักเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง

เทคนิคการเลือกระบบบำบัดน้ำเสีย ในโรงงาน

เทคนิคการเลือกระบบบำบัดน้ำเสีย ในโรงงาน

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine    โรงงานสถานที่ผลิตคือสถานที่มีกิจกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นมามากมาย และในแต่ละกิจกรรมต่าง ๆ ก็จะมีขนาดใหญ่และปริมาณมาก ๆ ทำให้โรงงานกลายเป็นแหล่งที่เกิดของเสียต่าง ๆ ขึ้นมามากมายโดยเฉพาะน้ำเสียที่หากปนเปื้อนออกไปในสภาพแวดล้อมก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้ ยิ่งปนเปื้อนลงไปในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ก็อาจทำให้การนำไปใช้งานเพื่อการบริโภคและทำการเกษตรมีอันตรายได้ เกิดความจำเป็นที่จะต้องจัดทำระบบบำบัดน้ำเสีย ในโรงงานขึ้นมา ซึ่งการบำบัดน้ำเสียหมายถึงการขจัดหรือทำลายสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ในน้ำเสียให้หมดไป หรือให้เหลือในปริมาณที่น้อยที่สุดตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด แต่เนื่องจากกิจกรรมภายในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ นั้นมีความแตกต่างกันอย่างโรงงานอาหารน้ำเสียก็มักมีการปนเปื้อนของเศษอาหาร

Send Us A Message

Free Environmental Law Update

อัพเดทกฎหมายสิ่งแวดล้อม ฟรี!

รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกรอก Email ของคุณด้านล่าง

เราจะส่งอัพเดทกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจา ประจำเดือน โดยจะคัดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อให้ท่านสะดวกในการนำไปประเมินความสอดคล้องในองค์กรของท่านต่อไป

Sign up for free