งานสิ่งแวดล้อมกับตรวจวัดคุณภาพน้ำ

ตรวจวัดคุณภาพน้ำ

ขั้นตอนตรวจวัดคุณภาพน้ำที่ดี

กิจกรรมของมนุษย์นั้นสามารถสร้างมลพิษน้ำเสียออกมาได้เกือบตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียที่เกิดจากกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ น้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการทำงาน รวมถึงน้ำเสียที่เกิดในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เกิดเป็นความจตำเป็นที่จะต้องบำบัดแก้ไขให้น้ำเสียเหล่านั้นมีคุณภาพดีหรือเหมาะสมก่อนปลดปล่อยลงสู่สภาพแวดล้อม แต่ในบางครั้งลักษณะทางกายภาพระหว่างน้ำดีและน้ำเสียนั้นก็แทบไม่มีความแตกต่างกัน เกิดความจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์น้ำเพื่อให้ทราบว่าน้ำเสียนั้นมีปัญหาอะไรบ้าง และการบำบัดที่ดำเนินการไปเพียงพอหรือไม่ โดยขั้นตอนการตรวจคุณภาพน้ำที่ดีจะต้องเริ่มตั้งแต่การเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจวิเคราะห์ ตามรายละเอียดดังนี้
งานสิ่งแวดล้อมกับการวิเคราะห์น้ำ
งานสิ่งแวดล้อมกับตรวจวัดคุณภาพน้ำ
  1. การสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำเสียและน้ำทิ้ง
    เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญเพราะส่งผลต่อความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของผลการวิเคราะห์น้ำเป็นอย่างมาก เมื่อจะสุ่มเก็บตัวอย่าง ควรเลือกสุ่มตัวอย่างน้ำที่เกิดจากทุกระบบของกระบวนการของการบำบัดน้ำเสีย เพื่อตรวจสอบว่าระบบบำบัดเหล่านั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยเฉพาะจุดรวบรวมน้ำเสียก่อยปล่อยออกสู่สาธารณะ
  2. วิธีการเก็บตัวอย่าง
    เมื่อเลือกสถานที่สุ่มตัวอย่างน้ำแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างน้ำ ควรเลือกระดับที่ทำการเก็บตัวอย่างน้ำที่ความลึกประมาณครึ่งหนึ่งของบ่อ หรือสถานที่สุ่มเก็บตัวอย่าง โดยเลือกจากส่วนต่าง ๆ หลายๆ จุด แล้วนำมารวมกันเอาไว้ในถัง ก่อนใส่ขวดสำหรับส่งตัวอย่างไปวิเคราะห์น้ำต่อไป
  3. ปริมาณของน้ำตัวอย่าง
    เมื่อน้ำตัวอย่างถูกส่งเข้าสู่ห้องปฏิบัติการหรือห้องที่ทำการตรวจวิเคราะห์น้ำจะถูกนำไปทำละลายกับสารเคมีและผ่านขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้ได้ค่าคุณภาพต่าง ๆ ทำให้ปริมาณน้ำที่ต้องใช้วิเคราะห์น้ำค่าต่าง ๆ ต้องมีอย่างเพียงพอ ดังนี้
    • ค่าทางเคมี – กายภาพ อย่างค่าความขุ่นของน้ำ หรือค่าความเป็นกรดเป็นด่าง จะต้องใช้ขวดพลาสติก (PE) ในการเก็บตัวอย่าง ปริมาณของน้ำไม่น้อยกว่า 2 ลิตร และเพื่อให้ค่าที่เชื่อถือได้ควรแช่เย็นเอาไว้ที่อุณหภูมิ 4องศาเซนเซียส
    • ค่าซัลไฟด์ ถือเป็นค่าที่แสดงถึงคุณภาพของน้ำเสียเป็นอย่างมาก ดังนั้นการเก็บตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์น้ำจึงควรเก็บไว้ในขวดแก้ว หรือ พลาสติก (PE) ปริมาณของตัวอย่างไม่น้อยกว่า 500 มิลลิลิตร และแช่เย็นเอาไว้ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซนเซียส
    • ค่าไขมันและน้ำมัน มักมาจากกิจวัตรประจำวันหรือภาคอุตสาหกรรมที่มีการใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบ โดยควรเก็บตัวอย่างเอาไว้ในขวดแก้วสีชาเพื่อป้องกันไม่ให้ทำปฏิกิริยากับแสง และเก็บตัวอย่างน้ำไม่น้อยกว่า 500 มิลลิลิตร นำไปแช่เย็นเอาไว้ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซนเซียส
    • ค่าโลหะหนักเป็นค่าสำคัญที่บ่งบอกว่าคุณภาพของน้ำที่ผ่านการบำบัดเหมาะสมจะออกไปสู่สภาพแวดล้อมหรือไม่ ดังนั้นควรเก็บตัวอย่างเอาไว้ในขวดพลาสติก (PE) ที่ปริมาณไม่น้อยกว่า 500 มิลลิลิตร และเก็บแช่เย็นเอาไว้ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซนเซียส
    • เชื้อจุลินทรีย์ เพราะน้ำเสียมักมีการปนปเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์มากกว่าปกติ ดังนั้นการวิเคราะห์น้ำเพื่อหาปริมาณจุลินทรีย์จึงเป็นดัชนีชี้วัดค่าน้ำเสียที่สำคัญ จึงขวดเก็บเอาไว้ในขวดแก้วพร้อมฝาที่ผ่านการอบฆ่าเชื้อแล้ว เมื่อเก็บตัวอย่างจนได้ปริมาณไม่น้อยกว่า 500 มิลลิลิตร จึงมีความสำคัญมาก และเพื่อให้ค่าที่ถูกต้องควรนำน้ำตัวอย่างไปแช่เย็นที่อุณหภูมิ 4องศาเซนเซียส
  4. การส่งตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์
    เมื่อเก็บตัวอย่างแล้ว ควรจัดเก็บตัวอย่างในลังโฟมหรือภาชนะที่สามารถควบคุมอุณหภูมิตามที่กำหนดได้ และส่งไปทำการวิเคราะห์น้ำภายใน 24 ชม. เพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด
    คุณลักษณะของน้ำเสีย เกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาว่าลักษณะของน้ำประเภทใดที่จัดว่าเป็นแหล่งน้ำเสียนั้นสามารถแบ่งลักษณะออกได้เป็น 3 ประเภทคือ
  5. ลักษณะทางกายภาพ
    ซึ่งเป็นลักษณะที่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยสายตา ได้แก่
    • ปริมาณของแข็งที่ละลายอยู่ในน้ำ เมื่อจะตรวจวิเคราะห์จะต้องมีการใช้กระดาษกรองละเอียดมาก ๆ มากรองของแข็งออกมาก่อนนำน้ำที่ได้ไปอบให้แห้งจนได้เป็นปริมาณของแข็งทั้งหมด
    • ปริมาณของแข็งที่แขวนลอยอยู่ในน้ำ เป็นของแข็งที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ จึงตกค้างอยู่บนกระดาษกรอง ซึ่งต้องนำกระดาษนั้นไปอบแห้งเพื่อวิเคราะห์น้ำหาปริมาณของแข็งทั้งหมด
    • ความขุ่น เป็นค่าที่ได้จากการตรวจสอบการหักเหของแสงที่ตกกระทบผ่านน้ำ ซึ่งค่าความขุ่นมักเกิดจากดินหรือตะกอนที่ลอยอยู่บนน้ำนั่นเอง
  6. ลักษณะทางเคมี
    ต้องใช้การวิเคราะห์น้ำให้ห้องปฏิบัติการ หรือเครื่องมือสำหรับการตรวจวิเคราะห์โดยเฉพาะเท่านั้น ซึ่งมีค่าต่าง ๆ ดังนี้
    • ค่าออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ
    • ค่าความเป็นกรด เป็นด่าง ถือเป็นค่าที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำโดยตรง ดังนั้นค่าน้ำที่ดีควรอยู่ในช่วงค่า pH 5 – 8
    • ค่า BOD คือค่าออกซิเจนที่แบคทีเรียใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์
    • ค่า COD คือค่าออกซิเจนที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการออกซิเดชั่นสารอินทรีย์ที่มีอยู่ในน้ำ
    • ค่าไนโตรเจน คือสารที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชน้ำชนิดต่าง ๆ
    • การตกค้างของโลหะหนักชนิดต่าง ๆ
  7. ลักษณะทางชีวภาพ
    เชื้อจุลินทรีย์ที่มีปริมาณมากเกินไปในน้ำเสียจะส่งผลให้สิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ ที่อยู่ในน้ำไม่สามารถใช้ออกซิเจน หรือสารอินทรีย์ต่าง ๆ ได้ เพราะจุลินทรีย์ได้เข้ามาขัดขวางหรือแย่งสารที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตไปหมดแล้ว โดยการวิเคราะห์น้ำเพื่อหาค่าทางชีวภาพที่สำคัญนั้นได้แก่
    • แบคทีเรีย
    • เชื้อรา

Share:

More Posts

บริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม

บริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตรวจวัดสิ่งแวดล้อม

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineในปัจจุบันมีบริษัทสำหรับตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมาก ให้กับตามโรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม ซึ่งบริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงอุตสาหกรรม จึงสามารถจัดตั้งเป็นบริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ขึ้นมาได้ การตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นการตรวจวัดเพื่อช่วยให้สิ่งแวดล้อมมีระบบนิเวศที่ดีและได้มาตรฐาน ทั้งในด้านคุณภาพอากาศ น้ำ และกากอุตสาหกรรม โดยบริษัทตรวจวัดฯจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีความรู้และความชำนาญเข้ามาจัดการระบบให้มีประสิทธิภาพ หน้าที่ของบริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่ให้บริการในการเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และนำตัวอย่างไปทดสอบเพื่อทำการวิเคราะห์ทดสอบโดยห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ที่ได้รับมาตราฐาน ตลอดจนให้คำปรึกษา การติดตามมาตรการการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย มีหน้าที่ให้คำปรึกษาการติดตามมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม

พื้นที่อับอากาศ

พื้นที่อับอากาศหรือ Confined Space คืออะไร และงานล้างพื้นที่อับอากาศมีความสำคัญและควรเตรียมการอย่างไรบ้าง

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineพื้นที่อับอากาศหรือ Confined Space คือ สถานที่ หรือพื้นที่ทำงาน ที่มีทางเข้าออกจำกัด และมีการระบายอากาศที่ธรรมชาติน้อย ทำให้อากาศถ่ายเทหมุนเวียนภายในอยู่ในสภาพที่ไม่ถูกสุขลักษณะและปลอดภัย ซึ่งอาจเป็นที่สะสมของสารเคมี สารพิษ สารไวไฟ รวมถึงออกซิเจนที่ไม่เพียงพอด้วย เช่น ในถ้ำ  อุโมงค์ บ่อน้ำ หลุม ห้องใต้ดิน ถังน้ำมัน ห้องนิรภัย หรือแม้แต่ภาชนะ

ขึ้นทะเบียนผู้ควบคุม

ขึ้นทะเบียนผู้ควบคุม

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมมลพิษประเภทต่างๆ ต้องผ่านการสอบวัดประเมินผลในความสามารถตามมาตรฐานของกระทรวงแรงงาน จึงสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมดูแลระบบบำบัดมลพิษในโรงงานอุตสาหกรรมได้ ซึ่งขั้นตอนและวิธีการขึ้นทะเบียนมีดังนี้ 1. ผู้ที่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษต้องสอบผ่านการสอบมาตรฐานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมจัดสอบขึ้น โดยมีการแบ่งประเภทของผู้ควบคุมเป็น 3 ประเภทได้แก่ -ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศ -ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำ -ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษกากอุตสาหกรรม 2. ผู้ที่สอบผ่านจะได้รับประกาศนียบัตรผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษตามประเภทที่สอบผ่าน และสามารถนำใบประกาศนียบัตรไปขอขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษตามประเภทที่สอบผ่านที่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม 3. ผู้สมัครสอบสามารถสมัครสอบได้มากกว่า 1 ประเภท และสามารถขอขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษได้มากกว่า 1

EIA Monitoring มีความสำคัญอย่างไร

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineEIA Monitoring หรือ Environmental Impact Assessment คือ การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นการศึกษาเพื่อคาดการณ์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในทางที่ดี และทางที่ไม่ดี อันเกิดจากการพัฒนาโครงการ หรือกิจการที่สำคัญ หรือมีขนาดใหญ่ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม และใช้ประกอบการตัดสินใจพัฒนาหรือปรับปรุงโครงการกิจการ ผลการศึกษาต้องจัดทำเป็นเอกสาร เรียกว่ารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โรงงานประเภทที่เข้าข่ายการจัดทำ EIA ตามที่กฎหมายกำหนดต้องจัดทำรายงาน Monitor

Send Us A Message

Free Environmental Law Update

อัพเดทกฎหมายสิ่งแวดล้อม ฟรี!

รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกรอก Email ของคุณด้านล่าง

เราจะส่งอัพเดทกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจา ประจำเดือน โดยจะคัดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อให้ท่านสะดวกในการนำไปประเมินความสอดคล้องในองค์กรของท่านต่อไป

Sign up for free