about us
มาเรียนรู้กับพื้นที่อับอากาศ EP.2 | SIAMMAT | Trusted Environmental Partner

มาเรียนรู้กับพื้นที่อับอากาศ EP.2

พื้นที่อับอากาศ สถานที่ทำงานที่มีทางเข้าออกจำกัด และการระบายอากาศตามธรรมชาติไม่เพียงพอ ส่งผลให้อากาศภายในไม่ถูกสุขลักษณะและไม่ปลอดภัย

3. การตรวจวัดความปลอดภัยในพื้นที่อับอากาศ

3.1 Stel (Short-term ExposureLimit) หมายถึง ค่าความเข้มข้นสูงสุดที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถจะสัมผัสได้อย่างต่อเนื่องในเวลาสั้น โดยไม่ได้รับอันตรายใด ๆ

3.2 TWA (Time-Weight Average) หมายถึง ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศสำหรับการทำงาน 8 ชั่วโมงใน 1 วัน หรือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

3.3 Peak หมายถึง ค่าวิกฤตที่วัดได้ในระหว่างช่วงเวลา

3.4 LEL (Lower Exposure Limit) หมายถึง ขีดจำกัดต่ำสุดของปริมาณสารที่อาจเกิดการระเบิดได้

3.5 TLV (Threshold Limit Values) หมายถึง ค่าความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศและสภาพแวดล้อม เชื่อว่าผู้ปฏิบัติงานเกือบทั้งหมดสามารถทำงานอยู่ในสิ่งแวดล้อมโดยปราศจากผลเสียต่อสุขภาพ

3.6 Ceiling หมายถึง ค่าส่วนผสมสูงสุดของสารพิษ หากคนงานที่ไม่มีเครื่องป้องกันอาจสัมผัสสารพิษได้ ไม่ควรเข้าไปในพื้นที่อับอากาศ

3.7 เปอร์เซ็นต์ ปริมาตร/ปริมาตร หมายถึง ปริมาตรของแก๊สคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปริมาตรอากาศ

3.8 ppm. Part per million หมายถึงส่วนในล้านส่วน

3.9 ANSI หมายถึง American National Safety Institute

3.10 NIOSH หมายถึง National Institute for Occupational Safety and Health

3.11 OSHA หมายถึง Occupational Safety and Health Administration

3.12 ACGIH  หมายถึง A committee of American Conference of Government Industrial Hygienists.

ตรวจวัดสภาพอากาศ

3.2 วิธีการตรวจวัดสภาพอากาศ

3.3 ชนิดของแก๊สที่ตรวจวัด โดยทั่วไปชนิดของแก๊สที่จะตรวจวัดขึ้นอยู่กับพื้นที่อับอากาศที่ปฏิบัติงานนั้น ๆ ซึ่งแต่ละแห่งแตกต่างกันออกไปแต่แก๊สที่ตรวจสอบมี แก๊สออกซิเจน, แก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์, แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ และ แก๊สติดไฟได้

4.ค่ามาตรฐาน ที่กำหนดไว้ว่า ค่าออกซิเจนไม่ต่ำกว่า 18%  ค่าไฮโดรเจนซัลไฟต์ 50 ppm. ในเวลา 10 นาที ค่าแก๊สที่ติดไฟได้ต้องมีความเข้มข้นได้ไม่เกิน 20% ของค่า LEL ของแต่ละชนิด

5.ในการวิเคราะห์ผลการตรวจวัดจากข้อมูลข้างต้นสามารถวิเคราะห์ได้จากค่าออกซิเจน ค่าคาร์บอนมอนอกไซด์ ค่าแก็สที่ติดไฟได้ และค่าไฮโดรเจนซัลไฟต์

6.การปฏิบัติงานในสถานที่อับอากาศด้วยความปลอดภัย เช่น ก่อนเข้าทำงานในสถานที่อับอากาศควรตรวจสอบปริมาณออกซิเจน สารเคมี และแก๊ส เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการขาดออกซิเจน, จัดให้มีใบอนุญาตทำงานในพื้นที่อับอากาศ, จะต้องทำการระบายอากาศจนกว่าจะอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย  ผู้ปฏิบัติงานต้องทำความคุ้นเคยกับพื้นที่ทำงานอย่างดี การวางแผนการทำงานต้องแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้ทุกคนเข้าใจ.

7.ชั้นของพื้นที่อับอากาศ หมายถึง พื้นที่อับอากาศกลุ่มหนึ่งซึ่งมีอย่างน้อยสองแห่ง โดยมีความคล้ายคลึงกันในประเด็นรูปร่างลักษณะ อันตรายในการเข้าออกและการทำงานข้างในทั้งนี้ ให้ใช้จุดเด่นของพื้นที่อับอากาศ โดยพิจารณาจัดกลุ่มของรูปร่าง ลักษณะคล้ายคลึงกัน และ ภายในติดตั้งเครื่องจักร ภายในมีอันตรายคล้ายคลึงกัน และ ทางเข้า และหรือกระบวนการในภาวะฉุกเฉิน ที่สามารถนำมาใช้ได้กับพื้นที่อับอากาศได้ทุกแห่ง

Share:

Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin

More Posts

การป้องกันสารพิษอันตรายนอกโรงงานอุตสาหกรรม

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineการป้องกันสารพิษอันตราย เป็นหน้าที่อันสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรม ที่จะต้องมีวิธีการจัดการและควบคุมป้องกันอันตรายจากสารพิษอย่างมีประสิทธิภาพ ในโรงงานอุตสาหกรรมมีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภทมีขบวนการผลิตที่ไม่เหมือนกัน ใช้สารพิษต่างกัน ดังนั้น การป้องกันสารพิษอันตรายแต่ละโรงงาน จึงต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป  โดยคำนึงถึงความจำเป็นและพื้นฐานความแตกต่างดังกล่าว แต่โดยหลักการทั่วไป เราต้องพิจารณาควบคุมป้องกันอันตรายจากสารพิษ ดังนี้ 1.การควบคุมที่ต้นตอของสารพิษ Source เป็นวิธีแรกที่ควรเลือก และจะได้ผลโดยตรงในการป้องกันพิษจากสาร วิธีการคือ เลือกใช้สารอื่นทดแทน โดยการห้ามใช้สารพิษที่มีพิษมาก

ทำความเข้าใจกับ EIA Report Thailand

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineเพื่อเป็นการกำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบในทางลบด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องจัดทำ EIA Report Thailand ในการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป EIA Report Thailand ย่อมาจาก Environmental Impact Assessment Report หรือการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นการศึกษาเพื่อคาดการณ์ผลกระทบทั้งในทางบวกและทางลบจากการพัฒนาโครงการ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน และ แก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และใช้ในการประกอบการตัดสินใจพัฒนาโครงการ EIA มีข้อดีคือ

ลักษณะของสารพิษที่ใช้ในขบวนการผลิต หรือสารพิษที่เกิดจากขบวนการผลิต

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineลักษณะสารพิษ หรือวัตถุอันตรายที่ใช้ในขบวนการผลิต หรือสารพิษที่เกิดจากขบวนการผลิต พิจารณาทางด้านฟิสิกส์ แล้วอาจแบ่งได้เป็นลักษณะต่าง ๆ ดังนี้ 1.ของแข็งแขวนลอยในอากาศ Dust ฝุ่นผงดินทราย Quartz และฝุ่นใยหิน Asbestos  เมื่อมนุษย์ปฏิบัติงานในสิ่งแวดล้อมที่มีฝุ่นผง และใยหิน เวลาหายใจเข้าไป สิ่งเหล่านี้จะเข้าไปฝังในเนื้อเยื่อปอด นานเข้าจะทำให้เกิดอาการเหนื่อย หอบหายใจขัด เป็นสาเหตุให้เกิดโรคปอดที่เกิดฝุ่นผงดินทราย เรียก ซิลิโคซีส

ความรู้เกี่ยวกับสารเคมีอันตรายที่ควรเรียนรู้ไว้

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineโรงงานอุตสาหกรรมควรมีระบบหรือขั้นตอนการจัดการสารเคมีอันตรายอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันและไม่ทำให้ประชาชนผู้อาศัยต้องได้รับสารพิษ หรือเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับประชาชนทั่วไปที่จะต้องเสี่ยงกับการสัมผัสสารเคมีอันตรายในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ก็อาจจะต้องสัมผัสกับสารเคมีอันตรายเหล่านี้ได้ หากโรงงานอุตสาหกรรมไม่มีความรับผิดชอบในการกำจัดสารเคมีอันตรายเหล่านี้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ฉะนั้นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมต้องรับผิดชอบต่อการกำจัดสารเคมีและทำให้ถูกต้องตาม พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 และ พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 สารเคมีอันตราย คืออะไร หมายถึง สารหรือวัตถุที่มีคุณสมบัติทางเคมีหรือทางกายภาพโดยตัวของมันเอง เมื่อสัมผัสกับสารอื่นแล้วก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ ต่อทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม สารเคมีอันตราย ตามพรบ.วัตถุอันตราย 2535 มี

Send Us A Message

Free Environmental Law Update

อัพเดทกฎหมายสิ่งแวดล้อม ฟรี!

รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกรอก Email ของคุณด้านล่าง

เราจะส่งอัพเดทกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจา ประจำเดือน โดยจะคัดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อให้ท่านสะดวกในการนำไปประเมินความสอดคล้องในองค์กรของท่านต่อไป

Sign up for free