เคล็ดไม่ลับ การเลือกเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมกับพื้นที่ของคุณ

การฟอกอากาศเพื่อให้ได้รับฝุ่น PM2.5 ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็น วันนี้แอดขอนำเสนอ ค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) ในการเลือกเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมกับพื้นที่ สามารถคำนวณได้เองนะคะ

มาแล้วค่ะ หลังจากทางแอดได้นำเสนอฝุ่นเจ้าปัญหาไปแล้ว ทางเราก็ต้องหาทางป้องกันกันนะคะ ไปค่ะ เข้าสู่โหมดวิชาการโดยเร็ว

การฟอกอากาศเพื่อให้ได้รับฝุ่น PM2.5 ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็น แต่การฟอกอากาศเป็นวิธีการที่ได้ผลดีกับอากาศในอาคาร เช่น ที่พักอาศัย สำนักงาน โรงเรียน สาธารณะสถาน ที่จัดสภาพแวดล้อมเป็น ระบบปิด การเลือกเครื่องฟอกอากาศมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ขนาดห้อง ค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) ค่าระดับเสียง อัตรากินไฟ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนตัวกรอง โดยปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่จะกล่าวถึงเพียงเรื่องเดียวในที่นี้ คือ ค่า CADR ของเครื่องที่เหมาะกับขนาดห้องและสภาพแวดล้อมในห้อง

ค่า CADR บอกถึงปริมาณอากาศที่ถูกฟอกผ่านตัวกรองเพื่อเอาฝุ่นในอากาศไปเก็บไว้ที่ตัวกรอง วัดเป็นอัตราการฟอกอากาศ มีหน่วยเป็น ลบ.ฟ./นาที (ในยุโรป) หรือ ลบ.ม./ชั่วโมง (ในเอเชีย) ยกตัวอย่าง เครื่องฟอกอากาศที่ใช้ HEPA เป็นตัวกรอง มีค่า CADR 200 ลบ.ม./ชั่วโมง หมายถึง ในแต่ละชั่วโมงอากาศ 200 ลูกบาศก์เมตร จะถูกฟอกผ่านตัวกรองในเครื่อง หากนำเครื่องนี้ไปใช้ในห้องที่มีขนาด 6 x 6 x 2.4 ลูกบาศก์เมตร เครื่องจะฟอกอากาศทั้งห้องภายใน 26 นาที ดังนั้นในเวลา 1 ชั่วโมง เครื่องสามารถฟอกอากาศในห้องนี้ได้ 2.3 รอบ หรือทำให้เกิดอากาศหมุนเวียน (Air Change Rate Per Hour – ACH) เท่ากับ 2.3 รอบ/ชั่วโมง

ในการฟอกอากาศเพื่อลดมลพิษทางอากาศ US Department of State แนะนำว่าการใช้เครื่องฟอกอากาศที่สามารถทำให้อากาศในห้องหมุนเวียนผ่านตัวเครื่องได้ถึง 4 รอบ/ชั่วโมง หรือค่า ACH (Air Change Rate Per Hour) = 4 จะช่วยลดฝุ่นในห้องขนาดเล็กได้โดยง่าย สำหรับห้องที่มีควันและมลสารอื่นปนเปื้อนอย่างมาก ควรมีค่า ACH ไม่ต่ำกว่า 8 นอกจากนี้ยังมีค่า ACH ที่แนะนำสำหรับห้องที่มีสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ดังนี้

การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมกับขนาดห้อง สามารถคำนวณค่า CADR ขั้นต่ำได้จากสมการ นี้

ค่า CADRขั้นต่ำ  = ขนาดห้อง x ค่า ACH

เมื่อ CADR คือ ค่า Clean Air Delivery Rate

ACH คือ Air Change Per Hour

ปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพดีจะใช้แผ่นกรองชนิด HEPA (High Efficiency Particulate Air) ดักจับฝุ่นเอาไว้บนเส้นใยของตัวกรอง โดยถ้าเป็น True HEPA จะสามารถกรองฝุ่นที่มีขนาด 0.3 ไมครอน ได้มากถึง 99.97% หรือมีฝุ่นขนาด 0.3 ไมครอน หลุดรอดไปได้ไม่เกิน 0.03% แต่ HEPA มีหลาย class เครื่องฟอกอากาศที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดอาจใช้ตัวกรอง HEPA ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า true HEPA

 เนื่องจากตัวกรองไม่สามารถดักจับฝุ่นในอากาศได้ทั้งหมด ในทางปฏิบัติจึงมีการแนะนำให้เลือกใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีค่ามากกว่า CADR ขั้นต่ำ

Credit: ผศ.ดร.เอื้อมพร มัชฌิมวงศ์

แหล่งอ้างอิง: epa.gov, reviewsofairpurifiers.com, wikipedia.org

“เรื่องป้องกันฝุ่นยังไม่จบแค่นี้นะคะ แอดจะนำเสนอไส้กรองในวาระโอกาสต่อไปค่ะ”

Share:

More Posts

บริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม

บริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตรวจวัดสิ่งแวดล้อม

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineในปัจจุบันมีบริษัทสำหรับตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมาก ให้กับตามโรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม ซึ่งบริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงอุตสาหกรรม จึงสามารถจัดตั้งเป็นบริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ขึ้นมาได้ การตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นการตรวจวัดเพื่อช่วยให้สิ่งแวดล้อมมีระบบนิเวศที่ดีและได้มาตรฐาน ทั้งในด้านคุณภาพอากาศ น้ำ และกากอุตสาหกรรม โดยบริษัทตรวจวัดฯจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีความรู้และความชำนาญเข้ามาจัดการระบบให้มีประสิทธิภาพ หน้าที่ของบริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่ให้บริการในการเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และนำตัวอย่างไปทดสอบเพื่อทำการวิเคราะห์ทดสอบโดยห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ที่ได้รับมาตราฐาน ตลอดจนให้คำปรึกษา การติดตามมาตรการการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย มีหน้าที่ให้คำปรึกษาการติดตามมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม

พื้นที่อับอากาศ

พื้นที่อับอากาศหรือ Confined Space คืออะไร และงานล้างพื้นที่อับอากาศมีความสำคัญและควรเตรียมการอย่างไรบ้าง

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineพื้นที่อับอากาศหรือ Confined Space คือ สถานที่ หรือพื้นที่ทำงาน ที่มีทางเข้าออกจำกัด และมีการระบายอากาศที่ธรรมชาติน้อย ทำให้อากาศถ่ายเทหมุนเวียนภายในอยู่ในสภาพที่ไม่ถูกสุขลักษณะและปลอดภัย ซึ่งอาจเป็นที่สะสมของสารเคมี สารพิษ สารไวไฟ รวมถึงออกซิเจนที่ไม่เพียงพอด้วย เช่น ในถ้ำ  อุโมงค์ บ่อน้ำ หลุม ห้องใต้ดิน ถังน้ำมัน ห้องนิรภัย หรือแม้แต่ภาชนะ

ขึ้นทะเบียนผู้ควบคุม

ขึ้นทะเบียนผู้ควบคุม

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมมลพิษประเภทต่างๆ ต้องผ่านการสอบวัดประเมินผลในความสามารถตามมาตรฐานของกระทรวงแรงงาน จึงสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมดูแลระบบบำบัดมลพิษในโรงงานอุตสาหกรรมได้ ซึ่งขั้นตอนและวิธีการขึ้นทะเบียนมีดังนี้ 1. ผู้ที่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษต้องสอบผ่านการสอบมาตรฐานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมจัดสอบขึ้น โดยมีการแบ่งประเภทของผู้ควบคุมเป็น 3 ประเภทได้แก่ -ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศ -ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำ -ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษกากอุตสาหกรรม 2. ผู้ที่สอบผ่านจะได้รับประกาศนียบัตรผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษตามประเภทที่สอบผ่าน และสามารถนำใบประกาศนียบัตรไปขอขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษตามประเภทที่สอบผ่านที่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม 3. ผู้สมัครสอบสามารถสมัครสอบได้มากกว่า 1 ประเภท และสามารถขอขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษได้มากกว่า 1

EIA Monitoring มีความสำคัญอย่างไร

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineEIA Monitoring หรือ Environmental Impact Assessment คือ การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นการศึกษาเพื่อคาดการณ์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในทางที่ดี และทางที่ไม่ดี อันเกิดจากการพัฒนาโครงการ หรือกิจการที่สำคัญ หรือมีขนาดใหญ่ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม และใช้ประกอบการตัดสินใจพัฒนาหรือปรับปรุงโครงการกิจการ ผลการศึกษาต้องจัดทำเป็นเอกสาร เรียกว่ารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โรงงานประเภทที่เข้าข่ายการจัดทำ EIA ตามที่กฎหมายกำหนดต้องจัดทำรายงาน Monitor

Send Us A Message

Free Environmental Law Update

อัพเดทกฎหมายสิ่งแวดล้อม ฟรี!

รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกรอก Email ของคุณด้านล่าง

เราจะส่งอัพเดทกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจา ประจำเดือน โดยจะคัดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อให้ท่านสะดวกในการนำไปประเมินความสอดคล้องในองค์กรของท่านต่อไป

Sign up for free