กากอุตสาหกรรม กำจัดอย่างถูกวิธีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี

หากโรงงานไหนไม่มีการขออนุญาตเกี่ยวกับการกำจัดกากอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมจะไม่ต่อใบอนุญาตโรงงานให้ จะกลายเป็นโรงงานเถื่อน

กากอุตสาหกรรม คืออะไร อ่านได้ที่ มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ กากของเสียอุตสาหกรรม ตอนที่ 1

กำจัดกากอุตสาหกรรม

ในการกำจัดกากอุตสาหกรรมอย่างไรให้ถูกวิธี ถูกกฎหมาย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ตามกฎหมายเมื่อมีกากอุตสาหกรรมเกิดขึ้น สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องดำเนินการหลัก ๆ มี 2 ข้อคือ

1.ต้องรายงาน

2.ต้องขออนุญาต

สำหรับผู้ก่อกำเนิด มีสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างแรกคือ ก่อนอื่นต้องทราบว่าโรงงานของเรามีกากอะไรบ้าง กากนั้นเป็นอันตรายหรือไม่ จากนั้นเราต้องศึกษาว่ากากนั้นมีรหัสประจำตัวอะไร เพราะเราต้องใช้รหัสพวกนี้กรอกในแบบฟอร์มการขออนุญาตโดยกากแต่ละชนิดจะมีรหัส 6 หลักแตกต่างกันไป เช่น 030105 คือขี้เลื่อยหรือเศษไม้ หรือ 150202 เศษผ้าหรือถุงมือปนเปื้อนน้ำมัน

ส่วนวิธีการกำจัดกากอุตสาหกรรมก็มีรหัสเช่นกันโดยกำหนดเป็นตัวเลขสามหลัก เช่น 041 คือใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน (ถ้าอยากทราบว่ารหัสชนิดไหนกากอะไร หรือการกำจัดแบบไหนต้องใช้รหัสอะไร) สามารถดูหรือดาวน์โหลดได้ที่ www.diw.go.th หัวข้อ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2548

เมื่อทราบรหัสกาก และ รหัสวิธีการกำจัดกากแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำรายงาน และขออนุญาตไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรณีที่เราต้องการเก็บกากไว้เกิน 90 วัน จะต้องยื่น สก.1  หรือหากต้องการนำกากออกนอกโรงงานเพื่อไปกำจัด ให้ยื่น สก.2 และแจ้งข้อมูลการขนส่งทุกครั้งที่นำออก อย่าลืมทำ ใบกำกับการขนส่งของเสียอันตราย Manifest

ถ้าเป็นกากอันตราย ต้องเลือกผู้ขนส่งที่มีรหัส 13 หลัก และทำการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของเรา ในการขนส่งกากไปกำจัด ถ้าผู้ขนส่งที่เป็นตัวแทนของเราทำอะไรผิดพลาด เราซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

สำหรับกากที่ไม่เป็นอันตราย โรงงานสามารถจ้างผู้ขนส่งรายไหนก็ได้ ที่เราเห็นว่ามีระบบการจัดการที่ได้มาตรฐานและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่จำเป็นต้องมีรหัสประจำตัว 13 หลัก แต่อย่าลืมต้องขออนุญาตก่อน

กรณีที่เราจัดการของเสียภายในโรงงานเอง ก็ต้องขอความเห็นชอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อน และทุกปีต้องส่งรายงานประจำปี โดยการยื่น สก.3 ภายในวันที่ 1 มีนาคม

สรุปว่าสิ่งที่ผู้ก่อกำเนิดต้องทำคือ

โรงงานของเรามีกากอะไรบ้าง

1.ต้องพิจารณาว่าโรงงานของเรามีกากอะไรบ้าง เป็นชนิดอันตรายหรือไม่อันตราย และมีปริมาณเท่าไหร่

2.ยื่นใบอนุญาตขอกำจัดกากเหล่านั้น

3.ทำรายงานประจำปี

ทั้งนี้การขอใบอนุญาต หรือ การทำรายงานนั้น สามารถทำได้ทั้งแบบยื่นเอกสารและแบบยื่นทางอินเตอร์เน็ต

สำหรับ   WT ที่ขนส่งของเสียอันตราย นอกจากต้องมีรหัสประจำตัว 13 หลัก ก็ต้องมีใบ วอ.8 ด้วย

กรณีเกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนส่ง ต้องส่งรายงานตามแบบกำกัดการขนส่ง 03 ภายใน 7 วัน นับจากวันที่เกิดอุบัติเหตุ

ส่วนผู้รับบำบัดและกำจัดกาก หากรับกำจัดของเสียอันตรายก็ต้องมีรหัสประจำตัว 13 หลัก และทุกปีต้องยื่น สก.5 เพื่อรายงานประจำปีด้วย

กรณีมีกากเกิดขึ้นจากการบำบัด กำจัด หรือการรีไซเคิล จะต้องแต่งตั้งตัวแทนรับกากไปกำจัดต่อ และทุกครั้งที่ร้บกากมาจัดการ ผู้รับบำบัดและกำจัดกากจะต้องทำ สก.6 เป็นบัญชีเพื่อแสดงการรับมอบกาก  ในการบำบัดหรือกำจัดกากทุกครั้ง ผู้รับบำบัดและกำจัดกากจะต้องทำ สก.7 เป็นบัญชีเพื่อแสดงรายการกากที่ทำการบำบัด หรือกำจัดแล้ว

กรณีมีข้อขัดแย้งเกิดขึ้น เช่นรายการกากที่รับมาไม่ตรงกับที่ข้ออนุญาต จะต้องส่งรายงานแบบกำกับการขนส่ง 04 หรือหากได้รับกากอันตรายที่ไม่มีใบอนุญาตนำออกนอกโรงงานหรือ สก.2  ผู้รับบำบัดและกำจัดกากจะต้องส่งรายงานตามแบบกำกับการขนส่ง 05

กรณีที่เป็นโรงงานทำเชื้อเพลิงผสมหรือวัตถุดิบทดแทน จะต้องส่ง สก.8 

ส่วนโรงเตาเผาที่รับเชื้อเพลิงผสมหรือรับวัตถุดิบทดแทน จะต้องส่ง สก.9

จะเห็นว่าทุกขั้นตอน จะต้องมีการขออนุญาตและต้องยื่นแบบกำกับการขนส่งทุกครั้ง

ในการกำจัดกากอุตสาหกรรมจะต้องปฏิบัติอย่างถูกวิธี ถูกกฎหมาย และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เมื่อเราทำถูกต้องตามกฎหมาย จะเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง โรงงานของเราจะเติบโตแบบยั่งยืน เพราะจะไม่ถูกกีดกันและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

Share:

Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin

More Posts

การป้องกันสารพิษอันตรายนอกโรงงานอุตสาหกรรม

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineการป้องกันสารพิษอันตราย เป็นหน้าที่อันสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรม ที่จะต้องมีวิธีการจัดการและควบคุมป้องกันอันตรายจากสารพิษอย่างมีประสิทธิภาพ ในโรงงานอุตสาหกรรมมีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภทมีขบวนการผลิตที่ไม่เหมือนกัน ใช้สารพิษต่างกัน ดังนั้น การป้องกันสารพิษอันตรายแต่ละโรงงาน จึงต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป  โดยคำนึงถึงความจำเป็นและพื้นฐานความแตกต่างดังกล่าว แต่โดยหลักการทั่วไป เราต้องพิจารณาควบคุมป้องกันอันตรายจากสารพิษ ดังนี้ 1.การควบคุมที่ต้นตอของสารพิษ Source เป็นวิธีแรกที่ควรเลือก และจะได้ผลโดยตรงในการป้องกันพิษจากสาร วิธีการคือ เลือกใช้สารอื่นทดแทน โดยการห้ามใช้สารพิษที่มีพิษมาก

ทำความเข้าใจกับ EIA Report Thailand

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineเพื่อเป็นการกำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบในทางลบด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องจัดทำ EIA Report Thailand ในการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป EIA Report Thailand ย่อมาจาก Environmental Impact Assessment Report หรือการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นการศึกษาเพื่อคาดการณ์ผลกระทบทั้งในทางบวกและทางลบจากการพัฒนาโครงการ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน และ แก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และใช้ในการประกอบการตัดสินใจพัฒนาโครงการ EIA มีข้อดีคือ

ลักษณะของสารพิษที่ใช้ในขบวนการผลิต หรือสารพิษที่เกิดจากขบวนการผลิต

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineลักษณะสารพิษ หรือวัตถุอันตรายที่ใช้ในขบวนการผลิต หรือสารพิษที่เกิดจากขบวนการผลิต พิจารณาทางด้านฟิสิกส์ แล้วอาจแบ่งได้เป็นลักษณะต่าง ๆ ดังนี้ 1.ของแข็งแขวนลอยในอากาศ Dust ฝุ่นผงดินทราย Quartz และฝุ่นใยหิน Asbestos  เมื่อมนุษย์ปฏิบัติงานในสิ่งแวดล้อมที่มีฝุ่นผง และใยหิน เวลาหายใจเข้าไป สิ่งเหล่านี้จะเข้าไปฝังในเนื้อเยื่อปอด นานเข้าจะทำให้เกิดอาการเหนื่อย หอบหายใจขัด เป็นสาเหตุให้เกิดโรคปอดที่เกิดฝุ่นผงดินทราย เรียก ซิลิโคซีส

ความรู้เกี่ยวกับสารเคมีอันตรายที่ควรเรียนรู้ไว้

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineโรงงานอุตสาหกรรมควรมีระบบหรือขั้นตอนการจัดการสารเคมีอันตรายอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันและไม่ทำให้ประชาชนผู้อาศัยต้องได้รับสารพิษ หรือเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับประชาชนทั่วไปที่จะต้องเสี่ยงกับการสัมผัสสารเคมีอันตรายในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ก็อาจจะต้องสัมผัสกับสารเคมีอันตรายเหล่านี้ได้ หากโรงงานอุตสาหกรรมไม่มีความรับผิดชอบในการกำจัดสารเคมีอันตรายเหล่านี้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ฉะนั้นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมต้องรับผิดชอบต่อการกำจัดสารเคมีและทำให้ถูกต้องตาม พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 และ พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 สารเคมีอันตราย คืออะไร หมายถึง สารหรือวัตถุที่มีคุณสมบัติทางเคมีหรือทางกายภาพโดยตัวของมันเอง เมื่อสัมผัสกับสารอื่นแล้วก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ ต่อทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม สารเคมีอันตราย ตามพรบ.วัตถุอันตราย 2535 มี

Send Us A Message

Free Environmental Law Update

อัพเดทกฎหมายสิ่งแวดล้อม ฟรี!

รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกรอก Email ของคุณด้านล่าง

เราจะส่งอัพเดทกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจา ประจำเดือน โดยจะคัดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อให้ท่านสะดวกในการนำไปประเมินความสอดคล้องในองค์กรของท่านต่อไป

Sign up for free