เหตุผลที่การดูแลรักษาน้ำใต้ดินมีความสำคัญ

เหตุผลที่การดูแลรักษาน้ำใต้ดินมีความสำคัญ

ตรวจสอบน้ำใต้ดิน

      หลายคนคงเคยได้ยินคำว่าน้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินกันมาบ้างแล้ว ซึ่งในอดีตถือเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับพื้นที่กันดาร น้ำบาดาลแต่ละแห่งจะมีระดับความลึกจากผิวดินที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีคุณภาพ หรือสารเคมีต่าง ๆ แตกต่างกัน บางแห่งที่น้ำบาดาลมีคุณภาพดี เหมาะกับการรับประทานก็อาจมีการนำมาจำหน่ายในรูปแบบของน้ำแร่ได้อีกด้วย แต่ในปัจจุบันแหล่งน้ำใต้ดินถือเป็นดัชนีชี้วัดสภาพทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ เนื่องจากน้ำบาดาลเกิดจากการสะสมของน้ำฝนในชั้นบรรยากาศที่ซึมผ่านชั้นของดินและหินแล้วอยู่รวมกันใต้พื้นดิน บางแห่งก็จะอยู่ระหว่างชั้นหินและชั้นดิน แต่บางแห่งอาจสะสมอยู่ตามรูพรุนของชั้นหิน ซึ่งอาจลึกลงไปได้หลายเมตรเลยทีเดียว หลายแห่งจึงสามารถทำการขุดเจาะเพื่อนำน้ำบาดาลมาใช้งานได้

               ความสำคัญของน้ำบาดาลนั้นมีมาอย่างช้านานแล้ว ถือเป็นแหล่งน้ำที่มนุษย์นำมาใช้กันมานานแล้ว และมีปริมาณมากถึง 29% เมื่อเทียบสัดส่วนจากแหล่งน้ำจืดทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกใบนี้ แม้ว่าในปัจจุบันมีกฎหมายควบคุมการนำแหล่งน้ำใต้ดินมาใช้งาน เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางธรณีวิทยาแล้วก็ตาม แต่ตามพื้นที่ที่น้ำประปาหรือระบบชลประทานยังไปไม่ถึงนั้นการนำน้ำบาดาลมาใช้งานกันอยู่อย่างแพร่หลาย ถือเป็นแหล่งนำที่มีความสำคัญทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคในครัวเรือน และเพื่อการเกษตรกรรม

               อย่างไรก็ดีในปัจจุบันเมื่อภาคอุตสาหกรรมและถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ๆ ทำให้เกิดมลพิษต่าง ๆ ออกมามากขึ้น ซึ่งน้ำก็นับว่าเป็นมลพิษประเภทหนึ่งที่เกิดการปนเปื้อนออกมาจากแหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมเหล่านี้ และเมื่อน้ำที่เป็นพิษเหล่านี้ซึมผ่านชั้นดินก็จะปนเปื้อนเข้าสู่แหล่งน้ำใต้ดินได้ การปนเปื้อนของมลพิษในน้ำบาดาลสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในบางพื้นที่การปนเปื้อนของน้ำบาดาลอาจเป็นสาเหตุทำให้ประชากรเกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ได้ โดยทั่วไปสารปนเปื้อนที่พบในน้ำบาดาลมักเป็นสารโลหะหนักชนิดต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ตะกั่ว แคดเมียม โครเมียม ทองแดง สังกะสี สารหนู เหล็ก แมงกานีส และปรอท ซึ่งสารพิษต่าง ๆ เหล่านี้สามารถเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ได้ทั้งทางการกินเข้าไป การซึมผ่านผิวหนังเมื่อนำมาอาบ หรือทำความสะอาดสิ่งต่าง ๆ ซึ่งนอกจากอันตรายที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของผู้ที่ได้สัมผัสหรือรับประทานเข้าไปแล้ว มลพิษในแหล่งน้ำใต้ดินยังเป็นสิ่งที่ตรวจสอบได้ยาก เพราะมักไร้สีไร้กลิ่น สามารถกระจายออกไปได้เป็นวงกว้างหากมีทางน้ำหรือชั้นของพื้นดินที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งอาจกินพื้นที่ได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตร การตรวจสอบต้องใช้การขุดตัวอย่างที่อยู่ลึกลงไปในชั้นผิวดินจึงยากต่อการตรวจสอบ นอกจากนี้หากเกิดการปนเปื้อนของมลพิษแล้วการบำบัดเพื่อฟื้นฟูคุณภาพของน้ำให้กลับมามีคุณภาพดีดังเดิมยังเป็นเรื่องที่ทำได้ยากอีกด้วย

สาเหตุที่ทำให้น้ำใต้ดินเกิดการปนเปื้อน

1. การฝังกลบขยะมูลฝอย ในบางพื้นที่นั้นมีวิธีการกำจัดขยะมูลฝอยชนิดต่าง ๆ ด้วยการฝังกลบ ซึ่งขยะเหล่านี้อาจรวมถึงถังบรรจุสารเคมี ถ่านไฟฉาย หรือน้ำมันเครื่องที่เหลือจากการใช้งาน ซึ่งเมื่อซึมผ่านชั้นผิวดินลงไปก็จะทำให้เกิดการปนเปื้อนลงสู่งแหล่งน้ำบาดาลได้

2.การปล่อยน้ำเสียของภาคอุตสาหกรรม ในกระบวนการทำงานของภาคอุตสาหกรรมนั้นมักมีการปลดปล่อยน้ำเสียออกมาในปริมาณมาก ซึ่งหลายครั้งที่เราจะเห็นข่าวลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติที่นำไปสู่การปนเปื้อนของแหล่งน้ำบาดาลได้

3.การใช้สารเคมีของภาคเกษตรกรรม กิจกรรมการเกษตรมักมีการนำสารเคมีมาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาฆ่าแมลงศัตรูพืช การใช้ปุ๋ยเคมี การใช้ยาฆ่าหญ้า หรือสารฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดคอกเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งสารเคมีต่าง ๆ เหล่านี้สามารถซึมผ่านลงสู่ชั้นผิวดินได้โดยตรง และเกิดการปนเปื้อนในน้ำใต้ดินเป็นวงกว้าง

4.สารเคมีในชีวิตประจำวัน ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันนั้นมีการนำสารเคมีมาใช้งานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีที่ใช้เพื่อการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ สารเคมีที่ใช้เพื่อการรักษาโรค และสารเคมีที่ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการที่เหมาะสมก็สามารถซึมผ่านชั้นผิวดินลงไปปนเปื้อนกับน้ำบาดาลได้

แนวทางการป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดิน

1. การบำบัดน้ำเสียของภาคอุตสาหกรรม ในปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้น มีการตรวจวัดค่าต่าง ๆ ของน้ำเสียให้ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด ก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติต่อไป

2. การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เมื่อมนุษย์เกิดความตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม จึงได้เกิดการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น อย่างผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ผลิตจากสารตามธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปรีไซเคิลเพื่อใช้งานซ้ำได้ง่าย หรือผลิตภัณฑ์ที่เมื่อย่อยสลายแล้วไม่ก่อให้เกิดพิษต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

3. การทำเกษตรกรรมทางเลือก ในปัจจุบันเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่าเกษตรอินทรีย์ หรือ เกษตรแบบออร์แกนิกกันมาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นการทำเกษตรกรรมแบบไม่พึ่งสารเคมีซึ่งนอกจากจะดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคแล้วยังดีต่อคุณภาพของน้ำใต้ดินอีกด้วย

Share:

Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin

More Posts

เหตุผลที่พื้นที่อับอากาศเป็นอันตราย และมาตรการการจัดการที่เหมาะสม

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine เหตุผลที่พื้นที่อับอากาศเป็นอันตราย เชื่อว่าหลายคนคงผ่านตาเกี่ยวกับอันตรายในพื้นที่อับอากาศกันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเสียชีวิตเมื่อลงไปขุดบ่อบาดาล หรือคนงานที่หมดสติเมื่อลงไปทำงานในบ่อปฏิกูล ซึ่งมักจะเป็นข่าวโด่งดังในทุก ๆ ครั้งที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว แต่คงยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว จึงขออธิบายก่อนว่าพื้นที่อับอากาศ (Confined Space) คือสถานที่ที่มีทางเข้าออกจำกัด จนทำให้การระบายอากาศตามธรรมชาติไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ที่อยู่ภายในพื้นที่ดังกล่าว เมื่ออากาศไม่เพียงพอก็จะส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานได้ อันเนื่องมาจากการสะสมของสารเคมีที่เป็นพิษ สารไวไฟ ปริมาณออกซิเจนที่ไม่เพียงพอ โดยมากคือพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นถัง อุโมงค์ ไซโล ท่อ

บทบาทหน้าที่และความสำคัญของผู้ควบคุมมลพิษ

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineบทบาทหน้าที่และความสำคัญของผู้ควบคุมมลพิษ ผู้ควบคุมมลพิษคงเป็นตำแหน่งงานที่ใครหลายคนไม่เคยได้ยินมาก่อน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ตำแหน่งงานนี้ถือเป็นตำแหน่งสำคัญที่ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมปลดปล่อยของเสียและมลพิษต่าง ๆ ออกมาสู่สิ่งแวดล้อมได้น้อยลง และมีกฎหมายบังคับให้ภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดจำเป็นต้องจัดเตรียมบุคลากรในตำแหน่งนี้เอาไว้ให้พร้อม โดยบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงานนั้น หมายความถึงผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำหน้าที่รับผิดชอบ และดำเนินการเกี่ยวกับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษของโรงงาน โดยแบ่งเป็นประเภทของงานควบคุมมลพิษได้ดังนี้ ผู้จัดการสิ่งแวดล้อม ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำ ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศ ผู้ควบคุมระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรม ซึ่งแต่ละตำแหน่งงานก็จะมีรายละเอียดการปฏิบัติงาน และมีภาคอุตสาหกรรมที่จะต้องจัดเตรียมผู้ควบคุมมลพิษในตำแหน่งงานต่าง ๆ ดังนี้ ลำดับที่ ประเภทของโรงงาน ประเภทของผู้ควบคุมมลพิษ

ระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ

ระบบบำบัดน้ำเสียมีความสำคัญอย่างไร และแนวทางการจัดการให้มีประสิทธิภาพ

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineระบบบำบัดน้ำเสียมีความสำคัญอย่างไร เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จักน้ำเสียกันเป็นอย่างดีแล้ว ยิ่งในบริเวณพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งอุตสาหกรรมก็มักพบปัญหาน้ำเสียรั่วไหลออกมาปนเปื้อนแหล่งน้ำตามธรรมชาติ จนทำให้สัตว์น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติตายเป้นจำนวนมาก หรือบางแห่งที่อยู่ใกล้แหล่งอุตสาหกรรมอาจต้องเผชิญกับกลิ่นของน้ำเสียที่ทางโรงงานยังบำบัดไม่แล้วเสร็จ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขด้วยระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีแล้ว ยังเป็นข้อบังคับทางกฎหมายสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทอีกด้วย                น้ำเสียคือน้ำหรือของเหลวที่มีสารเจือปน และกากตะกอนต่าง ๆ ในปริมาณสูง จนเป็นน้ำที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้ และไม่เหมาะสมสำหรับงานประเภทอื่น ๆ กลายเป็นมลพิษทั้งต่อการอยู่อาศัยของผู้คน และส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

การกำจัดสารเคมีอย่างไรให้ปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineการกำจัดสารเคมีอย่างไรให้ปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทุก ๆ โรงงานอุตสาหกรรมควรหาวิธีการกำจัดสารเคมีให้ถูกต้องตามขั้นตอน และ ให้ได้อย่างปลอดภัย เพื่อช่วยลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมได้ การกำจัดสารเคมีที่ต้องทำลาย อาจจะเป็นสารเคมีที่เก็บไว้นานแล้ว และไม่ต้องการใช้อีก หรือ เป็นสารเคมีที่เกิดขึ้นจากขบวนการของโรงงานอุตสาหกรรม จากการทดลองในห้องปฏิบัติการที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ หรืออาจเป็นสารเคมีที่หกเลอะโดยบังเอิญ และในการกำจัดสารเคมี แต่ละครั้งจะมีวิธีการปฏิบัติไม่เหมือนกัน และในแต่ละครั้งก็อาจเกิดอันตรายในรูปแบบต่าง ๆ ขึ้นกับคุณสมบัติของสารเคมีที่ต้องการกำจัด วิธีการทั่ว ๆ ไปสำหรับการกำจัดสารเคมี

Send Us A Message

Free Environmental Law Update

อัพเดทกฎหมายสิ่งแวดล้อม ฟรี!

รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกรอก Email ของคุณด้านล่าง

เราจะส่งอัพเดทกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจา ประจำเดือน โดยจะคัดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อให้ท่านสะดวกในการนำไปประเมินความสอดคล้องในองค์กรของท่านต่อไป

Sign up for free