บทบาทหน้าที่และความสำคัญของผู้ควบคุมมลพิษ

บทบาทหน้าที่และความสำคัญของผู้ควบคุมมลพิษ

ผู้ควบคุมมลพิษคงเป็นตำแหน่งงานที่ใครหลายคนไม่เคยได้ยินมาก่อน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ตำแหน่งงานนี้ถือเป็นตำแหน่งสำคัญที่ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมปลดปล่อยของเสียและมลพิษต่าง ๆ ออกมาสู่สิ่งแวดล้อมได้น้อยลง และมีกฎหมายบังคับให้ภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดจำเป็นต้องจัดเตรียมบุคลากรในตำแหน่งนี้เอาไว้ให้พร้อม โดยบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงานนั้น หมายความถึงผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำหน้าที่รับผิดชอบ และดำเนินการเกี่ยวกับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษของโรงงาน โดยแบ่งเป็นประเภทของงานควบคุมมลพิษได้ดังนี้

โรงงานที่มีน้ำเสียปนเปื้อนสารอินทรีย์
โรงงานปล่อยสารมลพิษ
  1. ผู้จัดการสิ่งแวดล้อม
  2. ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำ
  3. ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศ
  4. ผู้ควบคุมระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรม

ซึ่งแต่ละตำแหน่งงานก็จะมีรายละเอียดการปฏิบัติงาน และมีภาคอุตสาหกรรมที่จะต้องจัดเตรียมผู้ควบคุมมลพิษในตำแหน่งงานต่าง ๆ ดังนี้

ลำดับที่ประเภทของโรงงานประเภทของผู้ควบคุมมลพิษ
1โรงงานที่มีน้ำเสียปนเปื้อนสารอินทรีย์ ที่มีปริมาณน้ำเสียตั้งแต่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน (ยกเว้นน้ำหล่อเย็น) หรือมีปริมาณความสกปรกก่อนการบำบัด (ค่า BOD เทียบกับอัตราการไหลของน้ำเสีย ตั้งแต่ 100 กิโลกรัม ต่อวันขึ้นไปผู้จัดการสิ่งแวดล้อมผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำผู้ปฏิบัติงานประจำระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศ (เพิ่มเติมเฉพาะโรงงานที่ก่อให้เกิดมลพิษอากาศ)
2โรงงานที่ใช้สารหรือองค์ประกอบของสารโลหะ และสารพิษต่าง ๆ ในกระบวนการผลิต และมีปริมาณน้ำเสียตั้งแต่ 50 ลูกบาศก์เมตร ต่อวันขึ้นไป ตัวอย่างเช่นสังกะสี แคดเมียม ไซยาไนด์ ฟอสฟอรัสในรูปของสารประกอบอินทรีย์ ตะกั่ว ทองแดง บาเรียม เซเลเนียม นิเกิล แมงกานีส โครเมียม วาเลนซี สารหนู และปรอทผู้จัดการสิ่งแวดล้อมผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำผู้ควบคุมระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรมผู้ปฏิบัติงานประจำระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศ (เพิ่มเติมเฉพาะโรงงานที่ก่อให้เกิดมลพิษอากาศ)
3โรงงานที่ก่อให้เกิดมลพิษสูง ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่มีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้าตั้งแต่ 10 เมกกะวัตต์ขึ้นไปโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทุกประเภทที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 100 ตันต่อวันขึ้นไปโรงงานอุตสาหกรรมผลิตสารเคมีที่ใช้ป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์โรงงานอุตสาหกรรมผลิตปุ๋ยเคมีโรงงานปรับคุณภาพของเสีย และสิ่งปฏิกูล หรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วโรงงานอุตสาหกรรมประกอบกิจการเกี่ยวกับน้ำตาล ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทราย กลูโคส เดกซ์โทรส ฟรักโทส หรือผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกันที่มีกำลังผลิตตั้งแต่ 20 ตันต่อวันขึ้นไปโรงงานจัดการกากของเสียและวัตถุอันตรายทุกขนาดโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเหล็กและเหล็กกล้า ประเภทต่าง ๆโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตปูนซีเมนต์ทุกขนาดโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการถลุงแร่หรือหลอมโลหะที่มีกำลังผลิตตั้งแต่ 50 ตันต่อวันขึ้นไปโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตเยื่อกระดาษ ตั้งแต่ 50 ตันต่อวันขึ้นไปผู้จัดการสิ่งแวดล้อมผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศผู้ควบคุมระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรมผู้ปฏิบัติงานประจำระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ หมายเหตุ สามารถพิจารณาการยกเว้นไม่ต้องมีผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำ อากาศ หรือผู้ควบคุมระบบการจัดการมลพิษ กากอุตสาหกรรม ได้หากโรงงานไม่ก่อให้เกิดมลพิษน้ำ อากาศ หรือกากอุตสาหกรรม

โรงงานที่ก่อให้เกิดมลพิษสูง

หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมมลพิษประเภทต่าง ๆ

  1. ผู้จัดการสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ควบคุมมลพิษที่มีหน้าที่
  2. บริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมดของโรงงาน
  3. จัดเตรียมแผนการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อม และคู่มือสำหรับจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงงาน
  4. เตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่ของกรมโรงงานตรวจสอบโรงงานได้ตลอดเวลา
  5. เป็นผู้รับรองรายงานจากผู้ควบคุมมลพิษด้านน้ำ อากาศ หรือกากพิษอุตสาหกรรม
  6. พิจารณาจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษของโรงงาน
  7. จัดทำแผนปฏิบัติการในกรณีฉุกเฉิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษที่สามารถแพร่กระจายไปสู่สิ่งแวดล้อม ควบคุมการดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เป็นผู้รับผิดชอบแจ้งเหตุฉุกเฉินกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมทันที โดยรายงานจะต้องระบุถึงปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงสาเหตุ วิธีการแก้ไข และผลการดำเนินงาน
  8. ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำ อากาศ หรือกากพิษอุตสาหกรรม เป็นผู้ควบคุมมลพิษที่มีหน้าที่
  9. พิจารณาตรวจสอบชนิด ประเภทของเชื้อเพลิง และวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้ในโรงงาน ประเมิน
  10. ตรวจสอบลักษณะของมลพิษ ประสิทธิภาพของระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ
  11. ควบคุม ดูแล ปฏิบัติการตามแผนงานด้านสิ่งแวดล้อม คู่มือการจัดการสิ่งแวดล้อม และแผนการในกรณีฉุกเฉินของโรงงานให้มีประสิทธิภาพ
  12. ป้องกันไม่ให้มีการระบายมลพิษอย่างไม่ถูกวิธี หรือไม่ผ่านระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ
  13. จัดทำรายงานการตรวจสอบ ควบคุม ดูแลการทำงานของระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ ก่อนส่งให้ผู้จัดการสิ่งแวดล้อมพิจารณารับรอง
  14. จัดทำรายงานปริมาณสารมลพิษตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด หรือใช้บริการจากห้องปฏิบัติการที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับรอง และส่งให้เจ้าของกิจการโรงงานทราบ และเก็บรักษารายงานเอาไว้
  15. เตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่ของกรมโรงงานตรวจสอบได้ตลอดเวลา
  16. ผู้ปฏิบัติงานประจำระบบป้องกันสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่
  17. ปฏิบัติงานประจำเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องของระบบป้องกันสิ่งแวดล้อม
  18. ตรวจสอบการทำงานของเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา
  19. ควบคุม ดูแลให้ระบบดูแลสิ่งแวดล้อมทำงานได้ตลอดเวลาทำการ
  20. ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ควบคุมมลพิษ เพื่อป้องกันไม่ให้มลพิษแพร่กระจายไปสู่สิ่งแวดล้อม
  21. รายงานผลการปฏิบัติงานให้ผู้ควบคุมมลพิษทราบทันทีในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น
  22. จัดทำรายงานผลการปฏิบัติการ ปัญหา และอุปสรรคที่พบในการจัดการระบบด้านสิ่งแวดล้อมให้ทราบ เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุง และแก้ไข

ซึ่งหากผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการตามหน้าที่ที่กำหนดได้ จะต้องมีการระบุปัญหา และเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมรายงานให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมทราบภายใน 15 วันทำการ นับจากวันที่ไม่สามารถดำเนินการได้ หรือเมื่อไม่ประสงค์จะรับผิดชอบงานในระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมของโรงงานนั้น ๆ แล้ว ต้องแจ้งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันที่จะไม่รับผิดชอบงานดังกล่าว ยกเว้นผู้ปฏิบัติงานประจำระบบป้องกันสิ่งแวดล้อม

Share:

Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin

More Posts

หลักการเลือกโรงงานบำบัดน้ำเสีย

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               โรงงานบำบัดน้ำเสียคือผู้ให้บริการบำบัดน้ำเสียแทนผู้ประกอบการที่อาจมีปัญหาหรือข้อจำกัดในการบำบัดน้ำเสียด้วยตนเอง รวมถึงการจัดการบำบัดน้ำเสียจากชุมชนให้กับหน่วยงานภาครัฐ โดยผู้ประกอบกิจการที่จะสามารถดำเนินการบำบัดน้ำเสียได้นั้นจะต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมควบคุมมลพิษ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถดำเนินการบำบัดน้ำเสียได้ตรงตามมาตรฐานน้ำที่กฎหมายกำหนด ลดโอกาสการก่อมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม และลดโอกาสที่น้ำเสียเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย รูปแบบการให้บริการของโรงงานบำบัดน้ำเสีย รองรับการบำบัดน้ำเสียภาคอุตสาหกรรมหรือชุมชนแหล่งอุตสาหกรรมอย่างนิคมอุตสาหกรรมมักมีผู้ประกอบการที่หลากหลาย และมีข้อจำกัดในการบำบัดน้ำเสียบางประเภท โดยเฉพาะน้ำเสียที่มีค่าเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมในปริมาณมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นโลหะหนักที่มีความเป็นพิษสูง หรือน้ำเสียที่มีค่า pH สูง หรือต่ำจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการบำบัดลักษณะพิเศษ เพื่อให้มีความปลอดภัยกับสภาพแวดล้อมในอนาคต หรือตามแหล่งชุมชนที่มีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งกิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้คนเหล่านี้ มักสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างมาก

พื้นที่อับอากาศ

สุขภาพกับการทำงานใน “พื้นที่อับอากาศ”

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               สุขภาพกับการทำงานในการทำงานนั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในพื้นที่อับอากาศ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานที่มีเนื้อที่จำกัด ทางเข้าออกคับแคบ จึงเกิดการระบายความร้อน และอากาศที่ไม่เพียงพอ จนเกิดการสะสมของสารเคมีที่เป็นพิษ สารไวไฟ ปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ตัวอย่างพื้นที่ลักษณะนี้ได้แก่ถังน้ำมัน ถังสำหรับหมักดอง ไซโล ท่อขนาดใหญ่ ถังน้ำ ถ้ำ บ่อ อุโมงค์ เตา หรือห้องใต้ดิน ซึ่งพื้นที่เหล่านี้แก๊สหรือไอที่เกิดขึ้นจะไม่สามารถระบายไปได้ ผู้ที่เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอาจสูดดมเอาแก๊สพิษต่าง

บ่อบำบัดน้ำเสีย

สิ่งที่จะพิจารณาเมื่อต้องการทำบ่อบำบัดน้ำเสีย

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               น้ำเสีย คือน้ำที่ผ่านกระบวนการใช้งานของมนุษย์จนมีคุณภาพที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการที่เกิดในกิจวัตรประจำวันอย่างการประกอบอาหาร การอาบน้ำชำระร่างกาย หรือการซักทำความสะอาดเสื้อผ้า กระบวนการภาคการเกษตร รวมถึงกระบวนการในภาคอุตสาหกรรมที่มักส่งผลให้เกิดปริมาณน้ำเสียในปริมาณมาก ๆ และเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมค่อนข้างสูง ซึ่งลักษณะและที่มาของน้ำเสียเหล่านี้คือตัวกำหนดว่าบ่อบำบัดน้ำเสียควรประกอบไปด้วยอะไรบ้าง                การบำบัดน้ำเสียคือการนำน้ำเสียมาผ่านกระบวนการขจัดสิ่งสกปรก และสารที่เป็นอันตรายต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำเสีย กระบวนการบำบัดน้ำเสียที่ดีควรปรับให้คุณภาพของน้ำเสียให้ได้มาตรฐานตรงตามกับที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ หรือสามารถนำกลับไปใช้งานได้ใหม่โดยไม่ก่อให้เกิดอันตายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยสิ่งที่ต้องพิจารณาเพื่อกำหนดขนาดและลักษณะของบ่อบำบัดน้ำเสียนั้นมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ปริมาณของน้ำเสีย แน่นอนว่าปริมาณน้ำเสียในกิจกรรมต่าง

น้ำใต้ดิน

รูปแบบระบบเติมน้ำใต้ดินมีอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               น้ำใต้ดิน คือ น้ำที่ถูกกักเก็บเอาไว้ระหว่างช่องว่างของเม็ดแร่ ดินและหิน ซึ่งน้ำอาจไม่ลักษณะไม่อิ่มตัวหากช่องว่างที่กักเก็บไว้มีการเคลื่อนไหวระหว่างน้ำและอากาศมักเรียกว่าน้ำในดิน หรือ Soil Water แต่หากน้ำที่อยู่ใต้ดินอยู่ลึกลงไปมากจนอยู่ระหว่างช่องว่าง รอยแตกหรือโพรงของชั้นหินมักเรียกว่าน้ำบาดาล หรือ Ground Water ซึ่งหินที่โอบอุ้มน้ำที่อยู่ภายใต้ดินในลักษณะนี้มักมีลักษณะเป็นหินอุ้มน้ำเพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำเอาไว้ได้ น้ำในบริเวณลักษณะอิ่มตัว แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมโดยรอบ หรือที่เรียกว่าวัฎจักรของน้ำระหว่างไอน้ำ น้ำบนดิน และน้ำที่อยู่ใต้ดินนั่นเอง                อย่างไรก็ดีบางครั้งน้ำใต้ดินอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำอย่างผิดปกติ

Send Us A Message

Free Environmental Law Update

อัพเดทกฎหมายสิ่งแวดล้อม ฟรี!

รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกรอก Email ของคุณด้านล่าง

เราจะส่งอัพเดทกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจา ประจำเดือน โดยจะคัดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อให้ท่านสะดวกในการนำไปประเมินความสอดคล้องในองค์กรของท่านต่อไป

Sign up for free