รูปแบบระบบเติมน้ำใต้ดินมีอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร

น้ำใต้ดิน

               น้ำใต้ดิน คือ น้ำที่ถูกกักเก็บเอาไว้ระหว่างช่องว่างของเม็ดแร่ ดินและหิน ซึ่งน้ำอาจไม่ลักษณะไม่อิ่มตัวหากช่องว่างที่กักเก็บไว้มีการเคลื่อนไหวระหว่างน้ำและอากาศมักเรียกว่าน้ำในดิน หรือ Soil Water แต่หากน้ำที่อยู่ใต้ดินอยู่ลึกลงไปมากจนอยู่ระหว่างช่องว่าง รอยแตกหรือโพรงของชั้นหินมักเรียกว่าน้ำบาดาล หรือ Ground Water ซึ่งหินที่โอบอุ้มน้ำที่อยู่ภายใต้ดินในลักษณะนี้มักมีลักษณะเป็นหินอุ้มน้ำเพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำเอาไว้ได้ น้ำในบริเวณลักษณะอิ่มตัว แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมโดยรอบ หรือที่เรียกว่าวัฎจักรของน้ำระหว่างไอน้ำ น้ำบนดิน และน้ำที่อยู่ใต้ดินนั่นเอง

น้ำใต้ดิน

               อย่างไรก็ดีบางครั้งน้ำใต้ดินอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำอย่างผิดปกติ อาจเนื่องมาจากมีการดึงไปใช้งานมากผิดปกติ หรือเกิดภัยแล้งอย่างต่อเนื่องนานหลายปี เกิดเป็นความจำเป็นที่จะต้องนำระบบเติมน้ำใต้ดินมาใช้แก้ไขปัญหาน้ำที่อยู่ใต้ดิน โดยวัตถุประสงค์ของการใช้ระบบเติมน้ำที่ชั้นใต้ดินนั้นได้แก่

  1. ฟื้นฟูและแก้ไขระดับน้ำที่อยู่ใต้ดิน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อพื้นที่ดังกล่าวมีปัญหาระดับน้ำที่อยู่ใต้ดินลดลงอย่างต่อเนื่อง หรือเกิดภัยแล้งยาวนานมาหลายปี
  2. บรรเทาปัญหาอุทกภัย เป็นวิธีการแก้ปัญหาวิกฤ๖น้ำหลากในช่วงฤดูมรสุม โดยกักเก็บน้ำที่ท่วมล้นในช่วงที่เกิดอุทกภัยมากักเก็บเอาไว้ที่ชั้นใต้ดินแทน เพื่อให้กลายเป็นแหล่งน้ำทดแทนในช่วงที่น้ำเกิดปัญหาขาดแคลน
  3. ป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็ม เป็นปัญหาที่พบได้ในบริเวณที่อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล เมื่อน้ำใต้ดินที่เป็นน้ำจืดมีน้อยมากกว่าน้ำเค็ม ก็อาจจะถูกน้ำเค็มรุกล้ำเข้ามา ส่งผลให้น้ำในบริเวณดังกล่าวกลายสภาพเป็นน้ำกร่อย ซึ่งส่งผลเสียร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว จำเป็นต้องมีการเติมน้ำเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
  4. รักษาสมดุลน้ำในพื้นที่บริเวณต่าง ๆ การที่น้ำที่อยู่ใต้ดินลดระดับลงนอกจากจะส่งผลเสียต่อการใช้น้ำของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ แล้ว ยังส่งผลต่อแรงดันที่อยู่ภายใต้ชั้นดิน และระดับของชั้นผิวดินโดยตรง จึงต้องเติมน้ำเพื่อรักษาสมดุลระหว่างน้ำและดินให้คงอยู่ตลอดไป

               อย่างไรก็ดีการเติมน้ำลงไปที่ชั้นใต้ดิน จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนมาเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถรักษาระดับน้ำได้อย่างพอดี มีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องยาวนาน แต่ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยการสำรวจลักษณะพื้นที่ในบริเวณที่ต้องการจัดระบบเติมน้ำใต้ดินมาเป็นอย่างดีด้วย เพราะปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติมน้ำนั้น ได้แก่

  • ลักษณะของชั้นหินหรือชั้นดินที่อุ้มน้ำ
  • ลักษณะภูมิประเทศ
  • คุณสมบัติของดินและหิน
  • การใช้ประโยชน์ในพื้นดินบริเวณดังกล่าว
  • ความต้องการในการใช้น้ำ

               รูปแบบของระบบเติมน้ำใต้ดินที่มีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่

  1. การเติมผ่านบ่อน้ำบาดาลระดับลึก เป็นการส่งแรงอัดน้ำให้กักเก็บในชั้นบาดาลระดับลึก จุดประสงค์เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามที่ต้องการ
  2. การเติมผ่านบ่อน้ำบาดาลเพื่อใช้ในบริเวณอื่น คล้ายกับระบบเติมน้ำใต้ดินระบบแรก แต่จะเป็นการกักเก็บเพื่อนำไปใช้ในพื้นที่บริเวณอื่นแทน
  3. การเติมน้ำผ่านสระหรือบ่อที่เตรียมเอาไว้ สระจะต้องถูกออกแบบมาแล้วว่าเหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ ขนาดของสระมีพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเติมน้ำ พื้นดินที่เป็นตะกอนดินทรายจะช่วยให้การเติมน้ำทำได้เร็วขึ้น ปริมาณและคุณภาพน้ำต้องมีความเหมาะสมจึงจะสามารถใช้ในการเติมน้ำได้
  4. ระเบียงเติมน้ำ เป็นระบบเติมน้ำใต้ดินที่ใช้วัสดุพรุนน้ำมาทำเป็นร่องคูน้ำ ซึ่งเมื่อได้รับน้ำที่เติมเข้ามาก็จะถูกซึมผ่านลงชั้นใต้ดินด้วยแรงโน้มถ่วง เป็นวิธีที่ใช้พื้นที่และค่าใช้จ่ายค่อนข้างน้อย
  5. การเติม และบำบัดน้ำผ่านชั้นดินและชั้นหินอุ้มน้ำ เป็นการหมุนเวียนน้ำที่ผ่านระบบบำบัดอย่างเหมาะสมแล้ว โดยปล่อยน้ำให้ซึมผ่านสระกักเก็บที่เตรียมไว้ มีการอาศัยชั้นดินและชั้นหินในการกรองและปรับปรุงคุณภาพน้ำที่ไหลลงใต้ดินเพิ่มเติม บางครั้งน้ำที่ซึมลงไปจะถูกสูบขึ้นมาใช้งานใหม่ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพให้ดีก่อนนำมาใช้งานด้วย
  6. ฝายเติมน้ำ เป็นการกักเก็บน้ำจากแหล่งน้ำผิวดินให้สามารถซึมผ่านลงไปสู่ชั้นใต้ดิน ซึ่งระบบเติมน้ำใต้ดินวิธีดังกล่าวต้องมีปริมาณน้ำตามธรรมชาติที่เพียงพอ ชั้นหิมอุ้มน้ำในพื้นที่ดังกล่าวควรมีคุณสมบัติให้น้ำซึมผ่านได้ดี น้ำผิวดินบริเวณดังกล่าวควรมีลักษณะไหลล้น หรือเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะลาดชัน
  7. การเก็บเกี่ยวน้ำฝน ในฤดูน้ำหลากที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมขังให้พื้นที่ อาจแก้ไขและหาทางกักเก็บน้ำที่มากผิดปกติเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในภายหลังด้วยการทำบ่อน้ำตื้น หรือหลุมที่บรรจุกรวดหรือทรายเอาไว้ เพื่อให้เกิดการซึมผ่านลงสู่ชั้นใต้ดิน
  8. การระบายจากแหล่งกักเก็บน้ำ เป็นระบบเติมน้ำใต้ดินที่ใช้ประโยชน์จากน้ำที่ถูกปล่อยออกมาจากเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ซึ่งอัตราการปล่อยน้ำต้องสัมพันธ์กับปริมาณน้ำที่ซึมผ่าชั้นผิวดินเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม
  9. การเติมน้ำผ่านบ่อแห้ง มักทำในลักษณะของบ่อน้ำตื้นและปล่อยให้น้ำซึมผ่านชั้นดินด้วยแรงโน้มถ่วง ซึ่งบ่อจะช่วยให้น้ำผ่านเข้าสู่ชั้นบาดาลได้ง่ายและเร็วขึ้นจึงต้องมีการควบคุมคุณภาพน้ำให้ดี
  10. เขื่อนใต้ดิน เป็นการสร้างอ่างกักเก็บน้ำเอาไว้ที่ชั้นใต้ดิน มีการทำผนังขวางเส้นทางการไหลของน้ำบาดาล เพื่อเพิ่มระดับน้ำ แต่ต้องอาศัยการออกแบบทางโครงสร้างที่มั่นคงเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

สนใจ Siammat บริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม จัดการด้านสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น ดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย ออกแบบระบบบำบัดน้ำเสีย ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม กำจัดกากอุตสาหกรรม และ ตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม มลพิษดินและ น้ำใต้ดิน

Your Environmental Management Must Be Better
“เราอยากให้การจัดการสิ่งแวดล้อมของคุณดีขึ้น”

ติดต่อเราได้ที่

Head Office
02-8137550-1
02-8137552

Amata City Chonburi
089-2012642

Share:

Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin

More Posts

หลักการเลือกโรงงานบำบัดน้ำเสีย

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               โรงงานบำบัดน้ำเสียคือผู้ให้บริการบำบัดน้ำเสียแทนผู้ประกอบการที่อาจมีปัญหาหรือข้อจำกัดในการบำบัดน้ำเสียด้วยตนเอง รวมถึงการจัดการบำบัดน้ำเสียจากชุมชนให้กับหน่วยงานภาครัฐ โดยผู้ประกอบกิจการที่จะสามารถดำเนินการบำบัดน้ำเสียได้นั้นจะต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมควบคุมมลพิษ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถดำเนินการบำบัดน้ำเสียได้ตรงตามมาตรฐานน้ำที่กฎหมายกำหนด ลดโอกาสการก่อมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม และลดโอกาสที่น้ำเสียเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย รูปแบบการให้บริการของโรงงานบำบัดน้ำเสีย รองรับการบำบัดน้ำเสียภาคอุตสาหกรรมหรือชุมชนแหล่งอุตสาหกรรมอย่างนิคมอุตสาหกรรมมักมีผู้ประกอบการที่หลากหลาย และมีข้อจำกัดในการบำบัดน้ำเสียบางประเภท โดยเฉพาะน้ำเสียที่มีค่าเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมในปริมาณมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นโลหะหนักที่มีความเป็นพิษสูง หรือน้ำเสียที่มีค่า pH สูง หรือต่ำจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการบำบัดลักษณะพิเศษ เพื่อให้มีความปลอดภัยกับสภาพแวดล้อมในอนาคต หรือตามแหล่งชุมชนที่มีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งกิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้คนเหล่านี้ มักสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างมาก

พื้นที่อับอากาศ

สุขภาพกับการทำงานใน “พื้นที่อับอากาศ”

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               สุขภาพกับการทำงานในการทำงานนั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในพื้นที่อับอากาศ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานที่มีเนื้อที่จำกัด ทางเข้าออกคับแคบ จึงเกิดการระบายความร้อน และอากาศที่ไม่เพียงพอ จนเกิดการสะสมของสารเคมีที่เป็นพิษ สารไวไฟ ปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ตัวอย่างพื้นที่ลักษณะนี้ได้แก่ถังน้ำมัน ถังสำหรับหมักดอง ไซโล ท่อขนาดใหญ่ ถังน้ำ ถ้ำ บ่อ อุโมงค์ เตา หรือห้องใต้ดิน ซึ่งพื้นที่เหล่านี้แก๊สหรือไอที่เกิดขึ้นจะไม่สามารถระบายไปได้ ผู้ที่เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอาจสูดดมเอาแก๊สพิษต่าง

บ่อบำบัดน้ำเสีย

สิ่งที่จะพิจารณาเมื่อต้องการทำบ่อบำบัดน้ำเสีย

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               น้ำเสีย คือน้ำที่ผ่านกระบวนการใช้งานของมนุษย์จนมีคุณภาพที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการที่เกิดในกิจวัตรประจำวันอย่างการประกอบอาหาร การอาบน้ำชำระร่างกาย หรือการซักทำความสะอาดเสื้อผ้า กระบวนการภาคการเกษตร รวมถึงกระบวนการในภาคอุตสาหกรรมที่มักส่งผลให้เกิดปริมาณน้ำเสียในปริมาณมาก ๆ และเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมค่อนข้างสูง ซึ่งลักษณะและที่มาของน้ำเสียเหล่านี้คือตัวกำหนดว่าบ่อบำบัดน้ำเสียควรประกอบไปด้วยอะไรบ้าง                การบำบัดน้ำเสียคือการนำน้ำเสียมาผ่านกระบวนการขจัดสิ่งสกปรก และสารที่เป็นอันตรายต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำเสีย กระบวนการบำบัดน้ำเสียที่ดีควรปรับให้คุณภาพของน้ำเสียให้ได้มาตรฐานตรงตามกับที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ หรือสามารถนำกลับไปใช้งานได้ใหม่โดยไม่ก่อให้เกิดอันตายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยสิ่งที่ต้องพิจารณาเพื่อกำหนดขนาดและลักษณะของบ่อบำบัดน้ำเสียนั้นมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ปริมาณของน้ำเสีย แน่นอนว่าปริมาณน้ำเสียในกิจกรรมต่าง

พื้นที่อับอากาศ

พื้นที่อับอากาศ (Confined Space) คืออะไร

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               พื้นที่อับอากาศ (Confined Space) คือสถานที่ทำงานซึ่งมีเนื้อที่จำกัด ทางเข้าออกมักคับแคบ จึงส่งผลให้ความร้อนและอากาศระบายได้ไม่เพียงพอ จนเกิดการสะสมของสารเคมีที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต หรือเป็นสารไวไฟ หรือมีระดับออกซิเจนที่ไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต ลักษระของพื้นที่ที่มีลักษณะดังกล่าวได้แก่ถังบรรจุน้ำมัน ถังหมักด้วยจุลินทรีย์ ไซโลเก็บของแห้ง ท่อขนาดใหญ่ ถัง ถ้ำ บ่อ อุโมงค์ เตาขนาดใหญ่ หรือห้องใต้ดิน เมื่อแก๊สหรือไอที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่อับอากาศไม่สามารถระบายออกไปได้ ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ภายในอาจสูดดมแก๊สพิษที่สะสมอยู่ในบริเวณดังกล่าวเข้าไปในร่างกาย

Send Us A Message

Free Environmental Law Update

อัพเดทกฎหมายสิ่งแวดล้อม ฟรี!

รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกรอก Email ของคุณด้านล่าง

เราจะส่งอัพเดทกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจา ประจำเดือน โดยจะคัดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อให้ท่านสะดวกในการนำไปประเมินความสอดคล้องในองค์กรของท่านต่อไป

Sign up for free