ลักษณะของสารพิษที่ใช้ในขบวนการผลิต หรือสารพิษที่เกิดจากขบวนการผลิต

ลักษณะสารพิษ หรือวัตถุอันตรายที่ใช้ในขบวนการผลิต หรือสารพิษที่เกิดจากขบวนการผลิต พิจารณาทางด้านฟิสิกส์ แล้วอาจแบ่งได้เป็นลักษณะต่าง ๆ ดังนี้

ตรวจสอบสารเคมี

1.ของแข็งแขวนลอยในอากาศ Dust

ฝุ่นผงดินทราย Quartz และฝุ่นใยหิน Asbestos  เมื่อมนุษย์ปฏิบัติงานในสิ่งแวดล้อมที่มีฝุ่นผง และใยหิน เวลาหายใจเข้าไป สิ่งเหล่านี้จะเข้าไปฝังในเนื้อเยื่อปอด นานเข้าจะทำให้เกิดอาการเหนื่อย หอบหายใจขัด เป็นสาเหตุให้เกิดโรคปอดที่เกิดฝุ่นผงดินทราย เรียก ซิลิโคซีส Silicosis หากเกิดจากเส้นใยหิน เรียก แอสเลสโตซีส Asbestosis และอาจทำให้เป็นมะเร็งปอดได้ อันตรายของฝุ่นขึ้นอยู่กับขนาดของมวลฝุ่นผง และเส้นใยที่แขวนลอยในอากาศ และรูปแบบของโครงสร้าง ปริมาณมวลสารที่แขวนลอยและระยะเวลาที่ได้รับฝุ่น

อุตสาหกรรมที่มีการใช้เส้นใยหิน หรือแอสเบสตอส ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตกระเบื้องปูพื้นกระเบื้องปูหลังคา อุตสาหกรรมผลิตปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรม ผลิตผ้าเบรคผ้าคลัช เป็นต้น  ในประเทศไทย อนุญาตให้นำเข้า แอสเบสตอสชนิด Chrysotile  หรือเรียกว่า White asbestos ส่วน Blue asbestos ไม่อนุญาตให้นำเข้า เนื่องจากเป็นแร่ใยหินที่มีอันตรายสูง

2. แก๊สต่าง ๆ แก๊สและไอของสารแบ่งเป็น 2 จำพวกคือ

สารพิษ
ลักษณะสารพิษ

2.1 แก๊สที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง Irritant และกัดกร่อน Crrosive หากในบรรยากาศมีแก๊สเหล่านี้ในปริมาณสูงจะก่อให้เกิดการกัดกร่อนเนื้อเยื่อปอด ดวงตา ผวิหนังได้ หรือแก๊สบางชนิดเกิดจากการเผาไหม้ของสารทำละลายได้

2.2 แก๊สที่เมื่อสูดดมเข้าไปแล้วทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะภายใน เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นแก๊สที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ได้จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ต่าง ๆ เช่น ระยนต์ แก๊สนี้สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วกว่าออกซิเจนถึง 400 เท่า แล้วทำให้ร่างกายมีอาการคล้ายกับขาดออกซิเจน หน้ามืด อาเจียน

3.ของเหลว Liquids ไอของเหลว Vapour และละออง Mist

ของเหลวที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ

3.1 ตัวทำละลาย Solvents คือสารที่มีความสามารถละลายสารอื่นได้ โดยเฉพาะพวกไขมันหรือน้ำมัน เช่นจารบี ดังนั้นจึงนำมาใช้งานในด้านทำความสะอาดโบหะและอุปกรณ์โลหะ สารเหล่านี้มีคุณสมบัติที่สามารถระเหยได้ในอุณหภูมิปรกติ จึงก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอยู่เสมอได้ เช่น ศุดดมเข้าไปจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด แล้วส่งต่อไปยังอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับและสมอง หรือหน้ามือ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ความจำเสื่อม และเฉื่อยชาได้

3.2 กรด Acids และด่าง Bases

กรดและด่างมีคุณสมบัติในการกัดกร่อน สามารถทำลายผิวหนัง เนื้อ เยื่อนัยน์ตา เมื่ออยู่ในสภาพไอ มีคุณสมบัติกัดกร่อน ระบบหายใจ และ ปิด เช่น กรดไฮโดรคลอริก กรดโครมิก  กรดไนตริก และกรดไฮโดรฟลูออริก ต่างใช้ในการกำจัดไขมันออกจากโลหะ

อุตสาหกรรมที่ใช้กรดซัลฟูริก ได้แก่ผลิตแบบเตอรี่ ผลิตโลหะสังกะสี งานชุบโลหะกรดไฮโดรคลอริกใช้ในอุตสาหกรรมรีดและชุบ

อุตสาหกรรมที่ใช้ในด่าง ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตสบู่ ผงซักฟอก ผลิตเชือก ผลิตใยสังเคราะห์ เรยอน โรงานหลอมโลหะ อุตสาหกรรมผลิตเยื่อกระดาษ

Share:

Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin

More Posts

การกำจัดสารเคมีอย่างไรให้ปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineการกำจัดสารเคมีอย่างไรให้ปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทุก ๆ โรงงานอุตสาหกรรมควรหาวิธีการกำจัดสารเคมีให้ถูกต้องตามขั้นตอน และ ให้ได้อย่างปลอดภัย เพื่อช่วยลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมได้ การกำจัดสารเคมีที่ต้องทำลาย อาจจะเป็นสารเคมีที่เก็บไว้นานแล้ว และไม่ต้องการใช้อีก หรือ เป็นสารเคมีที่เกิดขึ้นจากขบวนการของโรงงานอุตสาหกรรม จากการทดลองในห้องปฏิบัติการที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ หรืออาจเป็นสารเคมีที่หกเลอะโดยบังเอิญ และในการกำจัดสารเคมี แต่ละครั้งจะมีวิธีการปฏิบัติไม่เหมือนกัน และในแต่ละครั้งก็อาจเกิดอันตรายในรูปแบบต่าง ๆ ขึ้นกับคุณสมบัติของสารเคมีที่ต้องการกำจัด วิธีการทั่ว ๆ ไปสำหรับการกำจัดสารเคมี

การแยกประเภทของสารเคมี

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineสารเคมี สามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภท แต่ทั้งนี้เมื่อพิจารณาถึงอันตรายต่อสุขภาพแล้ว สามารถแบ่งประเภทของสารเคมีได้เป็น 1.สารเคมีที่ไวไฟ Flammable and Combustible วัตถุไวไฟ หมายถึง  วัตถุที่ง่ายต่อการติดไฟ และ เผาไหม้ ในที่ที่มีอากาศ ของเหลวไวไฟ หมายถึง ของเหลวที่มีจุดวาบไฟ ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 37.8 องศาเซลเซียส  ส่วนของเหลวติดไฟได้ หมายถึง

การป้องกันสารพิษอันตรายนอกโรงงานอุตสาหกรรม

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineการป้องกันสารพิษอันตราย เป็นหน้าที่อันสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรม ที่จะต้องมีวิธีการจัดการและควบคุมป้องกันอันตรายจากสารพิษอย่างมีประสิทธิภาพ ในโรงงานอุตสาหกรรมมีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภทมีขบวนการผลิตที่ไม่เหมือนกัน ใช้สารพิษต่างกัน ดังนั้น การป้องกันสารพิษอันตรายแต่ละโรงงาน จึงต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป  โดยคำนึงถึงความจำเป็นและพื้นฐานความแตกต่างดังกล่าว แต่โดยหลักการทั่วไป เราต้องพิจารณาควบคุมป้องกันอันตรายจากสารพิษ ดังนี้ 1.การควบคุมที่ต้นตอของสารพิษ Source เป็นวิธีแรกที่ควรเลือก และจะได้ผลโดยตรงในการป้องกันพิษจากสาร วิธีการคือ เลือกใช้สารอื่นทดแทน โดยการห้ามใช้สารพิษที่มีพิษมาก

ทำความเข้าใจกับ EIA Report Thailand

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineเพื่อเป็นการกำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบในทางลบด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องจัดทำ EIA Report Thailand ในการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป EIA Report Thailand ย่อมาจาก Environmental Impact Assessment Report หรือการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นการศึกษาเพื่อคาดการณ์ผลกระทบทั้งในทางบวกและทางลบจากการพัฒนาโครงการ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน และ แก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และใช้ในการประกอบการตัดสินใจพัฒนาโครงการ EIA มีข้อดีคือ

Send Us A Message

Free Environmental Law Update

อัพเดทกฎหมายสิ่งแวดล้อม ฟรี!

รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกรอก Email ของคุณด้านล่าง

เราจะส่งอัพเดทกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจา ประจำเดือน โดยจะคัดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อให้ท่านสะดวกในการนำไปประเมินความสอดคล้องในองค์กรของท่านต่อไป

Sign up for free