สิ่งที่จะพิจารณาเมื่อต้องการทำบ่อบำบัดน้ำเสีย

บ่อบำบัดน้ำเสีย

               น้ำเสีย คือน้ำที่ผ่านกระบวนการใช้งานของมนุษย์จนมีคุณภาพที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการที่เกิดในกิจวัตรประจำวันอย่างการประกอบอาหาร การอาบน้ำชำระร่างกาย หรือการซักทำความสะอาดเสื้อผ้า กระบวนการภาคการเกษตร รวมถึงกระบวนการในภาคอุตสาหกรรมที่มักส่งผลให้เกิดปริมาณน้ำเสียในปริมาณมาก ๆ และเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมค่อนข้างสูง ซึ่งลักษณะและที่มาของน้ำเสียเหล่านี้คือตัวกำหนดว่าบ่อบำบัดน้ำเสียควรประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

บ่อบำบัดน้ำเสีย
น้ำเสีย คือน้ำที่ผ่านกระบวนการใช้งานของมนุษย์จนมีคุณภาพที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม

               การบำบัดน้ำเสียคือการนำน้ำเสียมาผ่านกระบวนการขจัดสิ่งสกปรก และสารที่เป็นอันตรายต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำเสีย กระบวนการบำบัดน้ำเสียที่ดีควรปรับให้คุณภาพของน้ำเสียให้ได้มาตรฐานตรงตามกับที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ หรือสามารถนำกลับไปใช้งานได้ใหม่โดยไม่ก่อให้เกิดอันตายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยสิ่งที่ต้องพิจารณาเพื่อกำหนดขนาดและลักษณะของบ่อบำบัดน้ำเสียนั้นมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. ปริมาณของน้ำเสีย แน่นอนว่าปริมาณน้ำเสียในกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์นั้นมีขนาดและปริมาณที่แตกต่างกัน ซึ่งบ่อน้ำเสียที่ดีควรสามารถรองรับปริมาณน้ำเสียในระดับที่มากที่สุดได้อย่างเพียงพอ ป้องกันปัญหาน้ำเสียล้นออกมานอกบ่อ หรือขนาดของบ่อไม่เพียงพอกับการบำบัดน้ำที่เกิดขึ้นในกระบวนการของมนุษย์ได้ทั้งหมด การพิจารณาปริมาณน้ำเสียควรพิจารณาโอกาสการเกิดน้ำเวียที่มากที่สุด เช่นจำนวนคนทั้งหมดที่สามารถเข้าพักอาศัยอยู่ในอาคารสถานที่ต่าง ๆ หรือกระบวนการผลิตแบบเต็มกำลังในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เป็นต้น
  2. ขนาดพื้นที่สำหรับติดตั้งบ่อบำบัดน้ำเสีย นอกจากปัจจัยเรื่องปริมาณน้ำเสียจะมีความสำคัญแล้ว ขนาดพื้นที่สำหรับบำบัดน้ำเสียก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้สามารถออกแบบรูปแบบ อุปกรณ์ที่ใช้ในการบำบัด รีวมถึงกระบวนการบำบัดน้ำเสียได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้พื้นที่สำหรับติดตั้งบ่อน้ำเสียควรอยู่ในตำแหน่งที่สามารถรองรับน้ำเสียทั้งหมดที่ต้องการบำบัดได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย ตัวอย่างตำแหน่งของบ่ำเสียที่พอจะเป็นตัวอย่างได้ก็คือบ่อดักไขมันที่ต้องอยู่ใต้อ่างล้างจานเพื่อรองรับน้ำเสียทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระหว่างการประกอบอาหารนั่นเอง
  3. คุณสมบัติของผิวดินที่รองรับบ่อน้ำเสีย เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อย่ำน้ำเสียมีขนาดใหญ่ อาจเพื่อรองรับน้ำเสียทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอาคารสำนักงาน หรือรองรับน้ำเวียในกระบวนการภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เพราะน้ำคือสสารที่มีน้ำหนักมาก หากคุณสมบัติของผิวดินที่รองรับบ่อมีลักษณะไม่แข็งแรงก็ย่อมเสี่ยงที่จะเกิดการยุบตัวได้ง่าย ก่อนการก่อสร้างบ่อบัดน้ำเสียมีควมมจำเป็นที่จะต้องวางพื้นที่ฐานรากให้มั่นคงแข็งแรงมากขึ้นนั่นเอง
  4. คุณลักษณะของน้ำเสีย อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่าน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการต่าง ๆ นั้นมีลักษณะของสิ่งสกปรกและสารปนเปื้อนต่าง ๆ แตกต่างกัน อย่างน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตอาหารมักมีไขมัน เศษอาหาร และสารอาหารที่จุลินทรีย์สามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ในปริมาณสูงมาก ส่วนน้ำเสียที่เกิดในกระบวนการภาคเกษตรกรรมมักมีการปนเปื้อนของสารเคมีฆ่าแมลง กำจัดศัตรูพืช และปุ๋ยเคมีในปริมาณที่เป็นอันตรายได้ ด้วยรูปแบบของน้ำเสียที่แตกต่างกันเช่นน้ำทำให้ขั้นตอนการบำบัดน้ำเสียจากแหล่งน้ำต่าง ๆ เหล่านี้มีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นการกรองกากตะกอนหรือเศษอาหารก่อนเข้าบ่อบำบัดน้ำเสีย การใช้บ่อบำบัดด้วยจุลินทรีย์แบบสังเคราะห์แสงและแบบที่ไม่สังเคราะห์แสงผสมผสานกันเพื่อปรับคุณภาพน้ำให้มีความเหมาะสมนั่นเอง โดยคุณลักษณะของน้ำที่ใช้ประกอบการพิจารณากระบวนการบำบัดน้ำเสียนั่นได้แก่
  5. ค่า บีโอดี (Biochemical Oxygen Demand) คือปริมาณออกซิเจนในน้ำที่จุลินทรีย์ใช้เพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ที่จุลินทรีย์ต้องใช้เพื่อการเจริญเติบโต มีหน่วยเป็น มิลลิกรัม/ลิตร และเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของการบำบัดน้ำเสียจำเป็นต้องตรวจวัดค่า บีโอดี หลังการบำบัดด้วย
  6. ค่า ซีโอดี (Chemical Oxygen Demand) คือปริมาณออกซิเจนในน้ำที่ใช้ในการเกิดปฏิกิริยาระหว่างสารเคมีกับสารอินทรีย์ในน้ำ โดยทั่วไปค่า ซีโอดี มักมีค่าสูงกว่า บีโอดี เนื่องจากปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดขึ้นสามารถย่อยสลายได้ทั้งทางชีวภาพและสารอินทรีย์ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้นั่นเอง
  7. ค่า พีเอช (pH) คือดัชนีชี้วัดความเป็นกรด ด่าง ของน้ำเสีย โดยค่าน้ำที่เหมาะกับการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตคือค่าที่ใกล้เคียงความเป็นกลาง แต่ในน้ำเสียที่มีการปนเปื้อนของสารเคมีบางชนิดอาจทำให้ค่า พีเอช ไม่เหมาะกับสิ่งมีชีวิตได้ จำเป็นต้องปรับค่า พีเอชในบ่อบำบัดน้ำเสียให้มีความเหมาะสมด้วย
  8. ปริมาณของแข็ง ( Solid ) คือปริมาณสสารที่มีลักษณะเป็นของแข็งทั้งที่สามารถละลายน้ำ หรือไม่ละลายน้ำ ของแข็งเหล่านี้อาจมีลักษณะเป็นสารแขวนลอย น้ำหนักเบา หรือน้ำหนักมากก็ได้ จำเป็นต้องกำจัดในกระบวนการต้น ๆ ของบ่อบำบัดน้ำเสียเพื่อป้องกันไม่ให้ท่อเติมอากาศในการบําบัดน้ำเสียและท่อระบายน้ำเสียเกิดการอุดตัน
  9. ไขมันและน้ำมัน (Oil and Grasse) คือสารจําพวกน้ำมัน และไขมันที่เกิดขึ้นในการประกอบอาหาร คราบสบู่ที่เกิดจากการชําระล้างร่างกาย ฟองที่เกิดจากสารซักฟอก (พวกซัลเฟต) สารเหล่านี้มักมีน้ำหนักที่เบาและลอยน้ำได้ ทิ้งเป็นคราบสกปรกแขวนลอยอยู่บนผิวน้ำ กลายเป็นอุปสรรคกีดขวางไม่ให้ออกซิเจนเข้าสู่แหล่งน้ำได้ จำเป็นต้องขจัดออกไปอย่างเหมาะสม
  10. การจัดการกับกากตะกอน ไขมัน หรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่เกิดจากการบำบัดน้ำเสีย นอกจากคุณภาพน้ำเสียที่ผ่านกระบวนการในบ่อบำบัดน้ำเสียจะมีความสำคัญแล้ว การจัดการกับกากตะกอนและของเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการบำบัดของมีความสำคัญไม่แพ้กัน อย่างกากตะกอนที่มีการปนเปื้อนของสารเคมีเป็นพิษอย่างโลหะหนัก จำเป็นต้องส่งไปทำลายโดยหน่วยงานเฉพาะที่เหมาะสมต่อไป แต่ในระหว่างที่จัดเก็บในพื้นที่จะต้องจัดเตรียมออุปกรณ์และสถานที่ในการจัดเก็บอย่างเหมาะสมด้วย

               เมื่อทราบรายละเอียดที่ต้องพิจารณาเหล่านี้แล้ว ก็หวังว่าผู้ที่สนใจจะสามารถเลือกบ่อบำบัดบ้ำเสียที่เหมาะสมกับองค์กร สถานที่ของท่านได้ เพราะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทุก ๆ อย่างบนโลกใบนี้นั่นเอง


สนใจใช้บริการกับทาง Siammat ด้านการ บำบัดน้ำเสีย

Your Environmental Management Must Be Better
“เราอยากให้การจัดการสิ่งแวดล้อมของคุณดีขึ้น”

ติดต่อเราได้ที่

Head Office
02-8137550-1
02-8137552

Amata City Chonburi
089-2012642

Share:

Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin

More Posts

หลักการเลือกโรงงานบำบัดน้ำเสีย

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               โรงงานบำบัดน้ำเสียคือผู้ให้บริการบำบัดน้ำเสียแทนผู้ประกอบการที่อาจมีปัญหาหรือข้อจำกัดในการบำบัดน้ำเสียด้วยตนเอง รวมถึงการจัดการบำบัดน้ำเสียจากชุมชนให้กับหน่วยงานภาครัฐ โดยผู้ประกอบกิจการที่จะสามารถดำเนินการบำบัดน้ำเสียได้นั้นจะต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมควบคุมมลพิษ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถดำเนินการบำบัดน้ำเสียได้ตรงตามมาตรฐานน้ำที่กฎหมายกำหนด ลดโอกาสการก่อมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม และลดโอกาสที่น้ำเสียเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย รูปแบบการให้บริการของโรงงานบำบัดน้ำเสีย รองรับการบำบัดน้ำเสียภาคอุตสาหกรรมหรือชุมชนแหล่งอุตสาหกรรมอย่างนิคมอุตสาหกรรมมักมีผู้ประกอบการที่หลากหลาย และมีข้อจำกัดในการบำบัดน้ำเสียบางประเภท โดยเฉพาะน้ำเสียที่มีค่าเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมในปริมาณมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นโลหะหนักที่มีความเป็นพิษสูง หรือน้ำเสียที่มีค่า pH สูง หรือต่ำจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการบำบัดลักษณะพิเศษ เพื่อให้มีความปลอดภัยกับสภาพแวดล้อมในอนาคต หรือตามแหล่งชุมชนที่มีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งกิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้คนเหล่านี้ มักสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างมาก

พื้นที่อับอากาศ

สุขภาพกับการทำงานใน “พื้นที่อับอากาศ”

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               สุขภาพกับการทำงานในการทำงานนั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในพื้นที่อับอากาศ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานที่มีเนื้อที่จำกัด ทางเข้าออกคับแคบ จึงเกิดการระบายความร้อน และอากาศที่ไม่เพียงพอ จนเกิดการสะสมของสารเคมีที่เป็นพิษ สารไวไฟ ปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ตัวอย่างพื้นที่ลักษณะนี้ได้แก่ถังน้ำมัน ถังสำหรับหมักดอง ไซโล ท่อขนาดใหญ่ ถังน้ำ ถ้ำ บ่อ อุโมงค์ เตา หรือห้องใต้ดิน ซึ่งพื้นที่เหล่านี้แก๊สหรือไอที่เกิดขึ้นจะไม่สามารถระบายไปได้ ผู้ที่เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอาจสูดดมเอาแก๊สพิษต่าง

น้ำใต้ดิน

รูปแบบระบบเติมน้ำใต้ดินมีอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               น้ำใต้ดิน คือ น้ำที่ถูกกักเก็บเอาไว้ระหว่างช่องว่างของเม็ดแร่ ดินและหิน ซึ่งน้ำอาจไม่ลักษณะไม่อิ่มตัวหากช่องว่างที่กักเก็บไว้มีการเคลื่อนไหวระหว่างน้ำและอากาศมักเรียกว่าน้ำในดิน หรือ Soil Water แต่หากน้ำที่อยู่ใต้ดินอยู่ลึกลงไปมากจนอยู่ระหว่างช่องว่าง รอยแตกหรือโพรงของชั้นหินมักเรียกว่าน้ำบาดาล หรือ Ground Water ซึ่งหินที่โอบอุ้มน้ำที่อยู่ภายใต้ดินในลักษณะนี้มักมีลักษณะเป็นหินอุ้มน้ำเพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำเอาไว้ได้ น้ำในบริเวณลักษณะอิ่มตัว แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมโดยรอบ หรือที่เรียกว่าวัฎจักรของน้ำระหว่างไอน้ำ น้ำบนดิน และน้ำที่อยู่ใต้ดินนั่นเอง                อย่างไรก็ดีบางครั้งน้ำใต้ดินอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำอย่างผิดปกติ

พื้นที่อับอากาศ

พื้นที่อับอากาศ (Confined Space) คืออะไร

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               พื้นที่อับอากาศ (Confined Space) คือสถานที่ทำงานซึ่งมีเนื้อที่จำกัด ทางเข้าออกมักคับแคบ จึงส่งผลให้ความร้อนและอากาศระบายได้ไม่เพียงพอ จนเกิดการสะสมของสารเคมีที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต หรือเป็นสารไวไฟ หรือมีระดับออกซิเจนที่ไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต ลักษระของพื้นที่ที่มีลักษณะดังกล่าวได้แก่ถังบรรจุน้ำมัน ถังหมักด้วยจุลินทรีย์ ไซโลเก็บของแห้ง ท่อขนาดใหญ่ ถัง ถ้ำ บ่อ อุโมงค์ เตาขนาดใหญ่ หรือห้องใต้ดิน เมื่อแก๊สหรือไอที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่อับอากาศไม่สามารถระบายออกไปได้ ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ภายในอาจสูดดมแก๊สพิษที่สะสมอยู่ในบริเวณดังกล่าวเข้าไปในร่างกาย

Send Us A Message

Free Environmental Law Update

อัพเดทกฎหมายสิ่งแวดล้อม ฟรี!

รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกรอก Email ของคุณด้านล่าง

เราจะส่งอัพเดทกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจา ประจำเดือน โดยจะคัดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อให้ท่านสะดวกในการนำไปประเมินความสอดคล้องในองค์กรของท่านต่อไป

Sign up for free