งานล้างพื้นที่อับอากาศ มีความสำคัญและต้องเตรียมการอย่างไรบ้าง

พื้นที่อับอากาศ หรือ Confined Space คือ

สถานที่ที่มีทางเข้าออกอย่างจำกัด มีการระบายอากาศตามธรรมชาติน้อย ส่งผลให้อาจมีออกซิเจนไม่เพียงพอกับสุขภาพของผู้ที่เข้าไปในพื้นที่ และอาจทำให้สภาพอากาศภายในมีลักษณะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และปลอดภัย อย่างการสะสมของสารเคมีที่เป็นพิษ หรือไวไฟ ตัวอย่างสถานที่ที่มีลักษณะเป็นพื้นที่อับอากาศได้แก่ถังน้ำมัน ถ้ำ ถังหมักปุ๋ย ไซโลชนิดต่าง ๆ ห้องที่ทางเดินที่อยู่ใต้ดิน ท่อ ถัง บ่อ อุโมงค์ เตา ภาชนะหรือโครงสร้างอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกันนี้ ซึ่งหากพิจารณาว่าเป็นพื้นที่อับอากาศก็ควรเพิ่มความระมัดระวังในการทำงาน เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินที่เป็นอันตรายในพื้นที่อับอากาศที่ทางเข้าออกมีจำกัดมักส่งผลให้การช่วยเหลือทำได้ยากและลำบาก

การล้างทำความสะอาดพื้นที่อับอากาศก็ยังมีความสำคัญและจำเป็นต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

ล้างพื้นที่อับอากาศมีความจำเป็นหรือไม่ ทำไมต้องล้างพื้นที่อับอากาศ

อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะทำให้ยาก แต่การล้างทำความสะอาดพื้นที่อับอากาศก็ยังมีความสำคัญและจำเป็นต้องทำอย่างสม่ำเสมอ โดยเหตุผลที่ทำให้งานล้างพื้นที่อับอากาศมีความจำเป็นนั้นมีดังต่อไปนี้

  1. ความสะดวกในการทำงาน เนื่องจากในพื้นที่อับอากาศมักเกิดความเสี่ยงที่จะมีการสะสมของเศษวัสดุต่าง ๆ อยู่ภายในได้ง่าย เพราะช่องทางการเคลื่อนไหวมีจำกัด ซึ่งเมื่อเศษวัสดุเหล่านี้สะสมไปนาน ๆ ก็จะส่งผลให้กลายเป็นสิ่งกีดขวางกระบวนการภายในพื้นที่อับอากาศได้
  2. สุขอนามัยที่ดี แม้จะเป็นพื้นที่อับอากาศที่มีทางเข้าออกจำกัด ก็ยังมีโอกาสที่จะมีสิ่งสกปรกต่าง ๆ อย่างฝุ่นละออง ก๊าซ หรือไอน้ำเสียเข้ามาสะสมให้เกิดความสกปรก เกิดเป็นความจำเป็นที่จะต้องทำงานล้างพื้นที่อับอากาศเพื่อขจัดสิ่งสกปรกเหล่านี้
  3. เพื่อรักษาคุณภาพ วัตถุดิบหลายชนิดที่ต้องเก็บในพื้นที่อับอากาศมักต้องการสภาวะพิเศษ เช่นแป้งในไซโลจะต้องอยู่ในสภาพแห้ง  เพื่อรักษาคุณภาพไม่ให้เกิดเชื้อรา และแมลงศัตรูพืชที่จะเข้ามาเจริญเติบโต จำเป็นต้องมีการควบคุมความชื้น และอุณหภูมิให้ได้ จึงต้องล้างทำความสะอาดเพื่อลดสิ่งสกปรกที่ไปอุดตันทางระบายอากาศต่าง ๆ ให้หมดไป
  4. ยืดอายุการใช้งาน ภายในพื้นที่อับอากาศหลายประเภทนั้นจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องจักรต่าง ๆ เพื่อความสะดวกในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นไซโลเก็บข้าวเปลือกที่ต้องมีปั๊มไว้ช่วยขับเคลื่อนข้าวเปลือกไปใช้งาน หรือภายในบ่อบำบัดน้ำเสียที่จะต้องมีเครื่องเติมออกซิเจน ซึ่งหากไม่มีการปฏิบัติงานล้างพื้นที่อับอากาศก็มีโอกาสที่เครื่องจักรเหล่านี้จะทำงานผิดปกติ หรือเสียหายได้
  5. รักษาสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี หากไม่ล้างทำความสะอาดพื้นที่อับอากาศก็อาจทำให้ภายในพื้นที่เกิดการสะสมของตะไคร่น้ำ หรือก๊าซที่เป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ จึงนำเป็นความจำเป็นที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ

เหตุผลที่งานล้างพื้นที่อับอากาศมีอันตราย

  1. พื้นที่คับแคบยากต่อการเคลื่อนไหว เมื่ออยู่ในพื้นที่จำกัดก็จะทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายทำได้ยาก ทำให้การล้างทำความสะอาดในพื้นที่อับอากาศต้องอาศัยทักษะพิเศษ หรืออุปกรณ์เฉพาะ และควรผ่านการฝึกอบรมให้ความรู้อย่างเหมาะสม
  2. การระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศมักทำได้อย่างจำกัด สารทำความสะอาดหลายชนิดมักมีกลิ่นแรง หรือหากความเข้มข้นไม่เหมาะสมก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองตามผิวหนังได้ จึงต้องทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง
  3. เครื่องจักรที่อยู่ในพื้นที่อับอากาศจะเคลื่อนย้ายลำบาก เกิดแรงกระแทกได้ง่าย ไฟฟ้ารั่ว และเกิดประกายไฟ การใช้เครื่องจักรอย่างถูกวิธี และเพิ่มความระมัดระวังสูงจึงควรทำโดยผู้ที่มีความรู้ความสามารถในงานล้างพื้นที่อับอากาศเป็นอย่างมาก
  4. อันตรายจากปริมาณออกซิเจนที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ต้องไม่ลืมว่าออกซิเจนในพื้นที่อับอากาศนั้นมีจำกัด ดังนั้นจึงต้องมีการจำกัดและควบคุมจำนวนคนที่จะเข้ามาล้างทำความสะอาด และควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีทำความสะอาดที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
  5. ความเสี่ยงหากโครงสร้างยุบตัว หรือพังทลาย อุบัติเหตุในพื้นที่อับอากาศหลายครั้งเกิดจากการมีเศษวัสดุตกหล่นใส่ อาจเนื่องมาจากโครงสร้างภายในพื้นที่อับอากาศเกิดความเสียหาย หรือเศษวัสดุต่าง ๆ ภายในพื้นที่อับอากาศหลุดร่วงลงมา ผู้ที่เข้าไปปฏิบัติงานล้างพื้นที่อับอากาศจึงควรมีความพร้อมในการสวมอุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสม

ผู้ปฏิบัติงานล้างทำความสะอาดพื้นที่อับอากาศจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตัวให้เหมาะสม

               เมื่อทราบถึงอันตรายต่าง ๆ ภายในพื้นที่อับอากาศแล้ว ผู้ปฏิบัติงานล้างทำความสะอาดพื้นที่อับอากาศจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตัวให้เหมาะสม ดังนี้

  1. ตรวจสอบสภาพร่างกายให้พร้อมกับการปฏิบัติงาน ควรมีสุขภาพร่างกาย และภาวะจิตใจที่ปกติ ไม่มีอาการกลัวที่มืด ที่แคบหรือกลัวความสูง
  2. อุปกรณ์การทำงาน และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลควรมีสภาพเหมาะสมในทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถนำมาใช้ได้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน
  3. ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนปฏิบัติงานต้อมีความปลอดภัย ควรมีออกซิเจนมากกว่า 19.5% หรือไม่เกิน 23.5% ผู้ปฏิบัติงานควรมีอุปกรณ์ตรวจวัดอากาศก่อนและจบการทำงาน
  4. ตรวจสอบว่าพื้นที่อับอากาศมีสารเคมีที่เป็นอันตรายหรือไม่ เพื่อเตรียมการป้องกันและรับมือก่อนทำงานล้างพื้นที่อับอากาศอย่างถูกวิธี
  5. เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นในพื้นที่อับอากาศ ควรรีบช่วยเหลือผู้บาดเจ๊บด้วยการนำตัวออกมาจากพื้นที่อับอากาศให้เร็วที่สุด และผู้ช่วยเหลือควรมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตเพื่อป้องกันอันตรายกับตนเองด้วย
  6. แต่งกายด้วยอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม ได้แก่ชุด Safety แว่นตากันสารพิษ หมวกนิรภัย ถุงมือป้องกันสารเคมี ถังอากาศ และเข็มขัดป้องกันการตกจากที่สูง (ถ้าจำเป็น)
  7. ผู้ปฏิบัติงานควรทราบภาษามือที่จำเป็น เพื่อให้สื่อสารกับผู้อื่นได้ตลอดเวลา อย่างการการชูนิ้วชี้ขึ้น แสดงว่าผู้ปฏิบัติงานมีสติดีอยู่ แต่หากนิ้วชี้ตกลง แสดงว่ามีคนหมดสติ หรือจัดเตรียมอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถใช้งานในพื้นที่อับอากาศให้พร้อม

               เพราะแม้ว่าภายในพื้นที่อับอากาศจะมีอันตราย แต่งานล้างพื้นที่อับอากาศก็มีความจำเป็นที่ทำให้งานในพื้นที่อับอากาศมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินในขณะที่อยู่ภายในพื้นที่อับอากาศได้ตลอดเวลา

Share:

More Posts

บริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม

บริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตรวจวัดสิ่งแวดล้อม

FacebookFacebookXTwitterLINELineในปัจจุบันมีบริษัทสำหรับตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมาก ให้กับตามโรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม ซึ่งบริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงอุตสาหกรรม จึงสามารถจัดตั้งเป็นบริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ขึ้นมาได้ การตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นการตรวจวัดเพื่อช่วยให้สิ่งแวดล้อมมีระบบนิเวศที่ดีและได้มาตรฐาน ทั้งในด้านคุณภาพอากาศ น้ำ และกากอุตสาหกรรม โดยบริษัทตรวจวัดฯจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีความรู้และความชำนาญเข้ามาจัดการระบบให้มีประสิทธิภาพ หน้าที่ของบริษัทตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่ให้บริการในการเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และนำตัวอย่างไปทดสอบเพื่อทำการวิเคราะห์ทดสอบโดยห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ที่ได้รับมาตราฐาน ตลอดจนให้คำปรึกษา การติดตามมาตรการการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย มีหน้าที่ให้คำปรึกษาการติดตามมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 2

พื้นที่อับอากาศ

พื้นที่อับอากาศหรือ Confined Space คืออะไร และงานล้างพื้นที่อับอากาศมีความสำคัญและควรเตรียมการอย่างไรบ้าง

FacebookFacebookXTwitterLINELineพื้นที่อับอากาศหรือ Confined Space คือ สถานที่ หรือพื้นที่ทำงาน ที่มีทางเข้าออกจำกัด และมีการระบายอากาศที่ธรรมชาติน้อย ทำให้อากาศถ่ายเทหมุนเวียนภายในอยู่ในสภาพที่ไม่ถูกสุขลักษณะและปลอดภัย ซึ่งอาจเป็นที่สะสมของสารเคมี สารพิษ สารไวไฟ รวมถึงออกซิเจนที่ไม่เพียงพอด้วย เช่น ในถ้ำ  อุโมงค์ บ่อน้ำ หลุม ห้องใต้ดิน ถังน้ำมัน ห้องนิรภัย หรือแม้แต่ภาชนะ หรือสิ่งที่คล้ายๆกัน ซึ่งส่งผลต่อออกซิเจนที่มีไม่เพียงพอกับสุขภาพของผู้ที่เข้าไปในพื้นที่ และอาจทำให้สภาพอากาศภายในมีลักษณะที่ไม่ถูกสุขลักษณะและไม่ปลอดภัย

ขึ้นทะเบียนผู้ควบคุม

ขึ้นทะเบียนผู้ควบคุม

FacebookFacebookXTwitterLINELineผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมมลพิษประเภทต่างๆ ต้องผ่านการสอบวัดประเมินผลในความสามารถตามมาตรฐานของกระทรวงแรงงาน จึงสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมดูแลระบบบำบัดมลพิษในโรงงานอุตสาหกรรมได้ ซึ่งขั้นตอนและวิธีการขึ้นทะเบียนมีดังนี้ 1. ผู้ที่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษต้องสอบผ่านการสอบมาตรฐานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมจัดสอบขึ้น โดยมีการแบ่งประเภทของผู้ควบคุมเป็น 3 ประเภทได้แก่ -ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศ -ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำ -ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษกากอุตสาหกรรม 2. ผู้ที่สอบผ่านจะได้รับประกาศนียบัตรผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษตามประเภทที่สอบผ่าน และสามารถนำใบประกาศนียบัตรไปขอขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษตามประเภทที่สอบผ่านที่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม 3. ผู้สมัครสอบสามารถสมัครสอบได้มากกว่า 1 ประเภท และสามารถขอขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษได้มากกว่า 1 ประเภท 4. ผู้ที่สอบผ่านและขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมต้องต่ออายุการขึ้นทะเบียนทุกๆ

EIA Monitoring มีความสำคัญอย่างไร

FacebookFacebookXTwitterLINELineEIA Monitoring หรือ Environmental Impact Assessment คือ การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นการศึกษาเพื่อคาดการณ์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในทางที่ดี และทางที่ไม่ดี อันเกิดจากการพัฒนาโครงการ หรือกิจการที่สำคัญ หรือมีขนาดใหญ่ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม และใช้ประกอบการตัดสินใจพัฒนาหรือปรับปรุงโครงการกิจการ ผลการศึกษาต้องจัดทำเป็นเอกสาร เรียกว่ารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โรงงานประเภทที่เข้าข่ายการจัดทำ EIA ตามที่กฎหมายกำหนดต้องจัดทำรายงาน Monitor ส่งหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง

Send Us A Message

Free Environmental Law Update

อัพเดทกฎหมายสิ่งแวดล้อม ฟรี!

รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกรอก Email ของคุณด้านล่าง

เราจะส่งอัพเดทกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจา ประจำเดือน โดยจะคัดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อให้ท่านสะดวกในการนำไปประเมินความสอดคล้องในองค์กรของท่านต่อไป

Sign up for free

Malcare WordPress Security