ผู้ควบคุมมลพิษคือใคร มีความสำคัญอย่างไร

ผู้ควบคุมมลพิษคือใคร มีความสำคัญอย่างไร

ผู้ควบคุมมลพิษ คือ

               ผู้ควบคุมมลพิษ คือผู้ที่มีหน้าที่สำคัญในการจัดการและดูแลมลพิษที่เกิดในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่นี้จำเป็นต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการจัดกสนกับมลพิษต่าง ๆ เพื่อให้สามารถควบคุมระบบบำบัดมลพิษได้อย่างเชี่ยวชาญ โดยสามารถแบ่งตามประเภทของมลพิษที่เกิดขึ้นได้ดังนี้

  1. ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำ
  2. ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศ
  3. ผู้ควบคุมระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรม
โรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายตามกฎหมายหรือประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำหนดชนิดและขนาดโรงงาน กำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษหรือ สิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม กำหนด
โรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายตามกฎหมายหรือประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม

               โรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายตามกฎหมายหรือประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำหนดชนิดและขนาดโรงงาน กำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษหรือ สิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม กำหนด คุณสมบัติของผู้ควบคุม ผู้ปฏิบัติงานประจำและหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมดูแลสำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ พ.ศ. 2545 ในกฎหมายฉบับนี้จะมีการระบุประเภทและขนาดของโรงงานที่จะต้องมีผู้ควบคุมมลพิษ ประเภทใดบ้าง

               อย่างไรก็ดีการเป็นผู้ควบคุมมลพิษนั้นจะมีคุณสมบัติตรงตามกับที่ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดด้วย โดยจะต้องขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษกับหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และจะต้องสอบผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมทดสอบด้วย โดยแบบทดสอบจะแบ่งประเภทของผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษเป็น 3 ประเภทตามที่ได้กล่าวเอาไว้แล้วขั้นต้น ผู้ที่สอบผ่านจะได้รับประกาศนียบัตร ซึ่งแสดงว่าคนผู้นั้นสามารถปฏิบัติงานในตำแหน่งอขงผู้ควบคุมระบบมลพิษได้ การสอบเป็นผู้ควบคุมระบบมลพิษสามารถสอบได้มากกว่า 1 ประเภท และสามารถขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษได้มากกว่า 1 ประเภท นอกจากนี้ผู้ควบคุมระบบมลพิษยังต้องต่ออายุการขึ้นทะเบียนทุก ๆ 3 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต ซึ่งการพิจารณาอนุมัติจะขึ้นกับดุลยพินิจของกรมโรงอุตสาหกรรม ขึ้นกับข้อบกพร่องที่พบในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ควบคุมมลพิษ กรณีที่ทดสอบไม่ผ่าน ผู้สนใจจะเป็นผู้ควบคุมมลพิษยังสามารถสมัครสอบในครั้งต่อไปได้ และ              

หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษทั้งน้ำ อากาศ หรือผู้ควบคุมระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรมนั้นมีดังต่อไปนี้

  1. พิจารณาตรวจสอบชนิด ประเภทของเชื้อเพลิงและวัตถุดิบต่าง ๆ ที่มีการใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงาน
  2. ทำการประเมินและตรวจสอบลักษณะของมลพิษที่เกิดขึ้นภายในโรงงาน รวมถึงพิจารณาประสิทธิภาพของระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  3. ดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแล และปฏิบัติตามแผนงานด้านสิ่งแวดล้อม คู่มือการจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงงาน และแผนการฉุกเฉินของโรงงานให้มีประสิทธิภาพ ติดตามป้องกันไม่ให้มีการปล่อยมลพิษผ่านทางลัด หรือช่องทางใด ๆ ที่ทำให้มลพิษแพร่กระจายไปสู่สิ่งแวดล้อม
  4. จัดทำรายงานผลการตรวจสอบ งานควบคุม กำกับ ดูแลการทำงานของระบบบำบัดและป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ เพื่อส่งให้ผู้จัดการด้านสิ่งแวดล้อมพิจารณา
  5. จัดทำรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ปริมาณและชนิดของสารที่ก่อให้เกิดมลพิษว่าจรงตามเกณฑ์ และวิธีการที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด การตรวจวิเคราะห์ต้องดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุมัติ ซึ่งสามารถสืบค้นได้จากเว็บไซต์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อทราบผลการตรวจวิเคราะห์แล้วจะต้องทำการเก็บรักษาเอาไว้ เพื่อให้พร้อมจะส่งมอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบได้ตลอดเวลา
  6. หากผู้ควบคุมมลพิษไม่สามารถดำเนินการตามหน้าที่ที่กำหนดได้ จะต้องมีบันทึกที่ระบุปัญหาและเหตุผลเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และต้องรายงานไปที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมภายใน 15 วันทำการ นับจากวันที่ไม่สามารถดำเนินงานได้ตามความรับผิดชอบที่กำหนด
  7. เมื่อผู้ควบคุมมลพิษไม่ประสงค์จะรับผิดชอบระบบป้องกันมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมของโรงงานที่ได้ขึ้นทะเบียนเอาไว้ ต้องแจ้งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมทราบล่วงหน้าด้วยเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวันที่จะไม่ดำเนินการอย่างงน้อย 7 วัน

               ในปัจจุบันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมนับวันก็ยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ การจัดการกับมลพิษต่าง ๆ ที่เกิดจากกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมจึงมีความสำคัญและจำเป็นเป็นอย่างมาก ซึ่งการจัดการที่ดีนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อม และผู้คนที่พักอาศัยอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณโรงงานอุตสาหกรรมนั้น ๆ แล้ว หลายครั้งยังส่งผลดีต่อกระบวนการทำงานภายในโรงงานอุตสาหกรรมด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้ำทิ้งที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้จึงช่วยประหยัดปริมาณน้ำที่จะนำมาใช้ภายในโรงงานได้เป็นอย่างดี การจัดการอากาศที่ดียังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีให้กับผู้ปฏิบัติงานภายในโรงงานอุตสาหกรรมอีกด้วย และการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ดียังช่วยให้สามารถนำบางส่วนมาใช้ในการ Recycle จึงช่วยลดความจำเป็นในการซื้อหาทรัพยากร และยังประหยัดค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นอกจากนี้การตรวจประเมินและควบคุมอย่างสม่ำเสมอของผู้ควบคุมมลพิษจะช่วยให้ระบบการทำงานต่าง ๆ ได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ จึงสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ และเพื่อให้ผู้ควบคุมมลพิษสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง สามารถควบคุมและบำบัดมลพิษต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในโรงงานอุตสาหกรรมให้ตรงตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรม ทดสอบ และขึ้นทะเบียนตามแนวทางที่กรมโรงงานกำหนด นอกจากนี้ทางโรงงานยังต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมเอาไว้ล่วงหน้า ซึ่งรวมถึงแผนการจัดการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินไม่คาดฝันอย่างการเกิดเพลิงไหม้ เกิดเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหล หรือการฟุ้งกระจายของสารเคมี เป็นต้น รวมถึงดำเนินการผึกอบรมและฝึกซ้อมตามความจำเป็นหรือตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้สามารถรับมือกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม เกิดความพร้อมที่จะจัดการกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผลที่ดีที่สุด


ผู้ควบคุมมลพิษ คือ

ผู้ควบคุมมลพิษคือใคร มีความสำคัญอย่างไร

คือผู้ที่มีหน้าที่สำคัญในการจัดการและดูแลมลพิษที่เกิดในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ

หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษทั้งน้ำ อากาศ หรือผู้ควบคุมระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรมนั้นมีดังต่อไปนี้

1. พิจารณาตรวจสอบชนิด ประเภทของเชื้อเพลิงและวัตถุดิบต่าง ๆ ที่มีการใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงาน
2. ทำการประเมินและตรวจสอบลักษณะของมลพิษที่เกิดขึ้นภายในโรงงาน
3. ดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแล และปฏิบัติตามแผนงานด้านสิ่งแวดล้อม
4. จัดทำรายงานผลการตรวจสอบ งานควบคุม กำกับ ดูแลการทำงานของระบบบำบัดและป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ
5. จัดทำรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ปริมาณและชนิดของสารที่ก่อให้เกิดมลพิษว่าจรงตามเกณฑ์ และวิธีการที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด
6. หากผู้ควบคุมมลพิษไม่สามารถดำเนินการตามหน้าที่ที่กำหนดได้ จะต้องมีบันทึกที่ระบุปัญหาและเหตุผลเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
7. เมื่อผู้ควบคุมมลพิษไม่ประสงค์จะรับผิดชอบระบบป้องกันมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมของโรงงานที่ได้ขึ้นทะเบียนเอาไว้ ต้องแจ้งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมทราบล่วงหน้าด้วยเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวันที่จะไม่ดำเนินการอย่างงน้อย 7 วัน


สนใจใช้บริการกับทาง Siammat ด้านบริการที่ปรึกษาสิ่งแวดล้อม ผู้ควบคุมมลพิษ

Your Environmental Management Must Be Better
“เราอยากให้การจัดการสิ่งแวดล้อมของคุณดีขึ้น”

ติดต่อเราได้ที่

Head Office
02-8137550-1
02-8137552

Amata City Chonburi
089-2012642

Share:

Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin

More Posts

พื้นที่อับอากาศ

สุขภาพกับการทำงานใน “พื้นที่อับอากาศ”

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               สุขภาพกับการทำงานในการทำงานนั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในพื้นที่อับอากาศ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานที่มีเนื้อที่จำกัด ทางเข้าออกคับแคบ จึงเกิดการระบายความร้อน และอากาศที่ไม่เพียงพอ จนเกิดการสะสมของสารเคมีที่เป็นพิษ สารไวไฟ ปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ตัวอย่างพื้นที่ลักษณะนี้ได้แก่ถังน้ำมัน ถังสำหรับหมักดอง ไซโล ท่อขนาดใหญ่ ถังน้ำ ถ้ำ บ่อ อุโมงค์ เตา หรือห้องใต้ดิน ซึ่งพื้นที่เหล่านี้แก๊สหรือไอที่เกิดขึ้นจะไม่สามารถระบายไปได้ ผู้ที่เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอาจสูดดมเอาแก๊สพิษต่าง

บ่อบำบัดน้ำเสีย

สิ่งที่จะพิจารณาเมื่อต้องการทำบ่อบำบัดน้ำเสีย

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               น้ำเสีย คือน้ำที่ผ่านกระบวนการใช้งานของมนุษย์จนมีคุณภาพที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการที่เกิดในกิจวัตรประจำวันอย่างการประกอบอาหาร การอาบน้ำชำระร่างกาย หรือการซักทำความสะอาดเสื้อผ้า กระบวนการภาคการเกษตร รวมถึงกระบวนการในภาคอุตสาหกรรมที่มักส่งผลให้เกิดปริมาณน้ำเสียในปริมาณมาก ๆ และเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมค่อนข้างสูง ซึ่งลักษณะและที่มาของน้ำเสียเหล่านี้คือตัวกำหนดว่าบ่อบำบัดน้ำเสียควรประกอบไปด้วยอะไรบ้าง                การบำบัดน้ำเสียคือการนำน้ำเสียมาผ่านกระบวนการขจัดสิ่งสกปรก และสารที่เป็นอันตรายต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำเสีย กระบวนการบำบัดน้ำเสียที่ดีควรปรับให้คุณภาพของน้ำเสียให้ได้มาตรฐานตรงตามกับที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ หรือสามารถนำกลับไปใช้งานได้ใหม่โดยไม่ก่อให้เกิดอันตายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยสิ่งที่ต้องพิจารณาเพื่อกำหนดขนาดและลักษณะของบ่อบำบัดน้ำเสียนั้นมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ปริมาณของน้ำเสีย แน่นอนว่าปริมาณน้ำเสียในกิจกรรมต่าง

น้ำใต้ดิน

รูปแบบระบบเติมน้ำใต้ดินมีอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               น้ำใต้ดิน คือ น้ำที่ถูกกักเก็บเอาไว้ระหว่างช่องว่างของเม็ดแร่ ดินและหิน ซึ่งน้ำอาจไม่ลักษณะไม่อิ่มตัวหากช่องว่างที่กักเก็บไว้มีการเคลื่อนไหวระหว่างน้ำและอากาศมักเรียกว่าน้ำในดิน หรือ Soil Water แต่หากน้ำที่อยู่ใต้ดินอยู่ลึกลงไปมากจนอยู่ระหว่างช่องว่าง รอยแตกหรือโพรงของชั้นหินมักเรียกว่าน้ำบาดาล หรือ Ground Water ซึ่งหินที่โอบอุ้มน้ำที่อยู่ภายใต้ดินในลักษณะนี้มักมีลักษณะเป็นหินอุ้มน้ำเพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำเอาไว้ได้ น้ำในบริเวณลักษณะอิ่มตัว แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมโดยรอบ หรือที่เรียกว่าวัฎจักรของน้ำระหว่างไอน้ำ น้ำบนดิน และน้ำที่อยู่ใต้ดินนั่นเอง                อย่างไรก็ดีบางครั้งน้ำใต้ดินอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำอย่างผิดปกติ

พื้นที่อับอากาศ

พื้นที่อับอากาศ (Confined Space) คืออะไร

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine               พื้นที่อับอากาศ (Confined Space) คือสถานที่ทำงานซึ่งมีเนื้อที่จำกัด ทางเข้าออกมักคับแคบ จึงส่งผลให้ความร้อนและอากาศระบายได้ไม่เพียงพอ จนเกิดการสะสมของสารเคมีที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต หรือเป็นสารไวไฟ หรือมีระดับออกซิเจนที่ไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต ลักษระของพื้นที่ที่มีลักษณะดังกล่าวได้แก่ถังบรรจุน้ำมัน ถังหมักด้วยจุลินทรีย์ ไซโลเก็บของแห้ง ท่อขนาดใหญ่ ถัง ถ้ำ บ่อ อุโมงค์ เตาขนาดใหญ่ หรือห้องใต้ดิน เมื่อแก๊สหรือไอที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่อับอากาศไม่สามารถระบายออกไปได้ ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ภายในอาจสูดดมแก๊สพิษที่สะสมอยู่ในบริเวณดังกล่าวเข้าไปในร่างกาย

Send Us A Message

Free Environmental Law Update

อัพเดทกฎหมายสิ่งแวดล้อม ฟรี!

รับสิทธิ์ง่ายๆ เพียงกรอก Email ของคุณด้านล่าง

เราจะส่งอัพเดทกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจา ประจำเดือน โดยจะคัดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อให้ท่านสะดวกในการนำไปประเมินความสอดคล้องในองค์กรของท่านต่อไป

Sign up for free