รูปแบบระบบเติมน้ำใต้ดินมีอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร

น้ำใต้ดิน คือ น้ำที่ถูกกักเก็บเอาไว้ระหว่างช่องว่างของเม็ดแร่ ดินและหิน ซึ่งน้ำอาจไม่ลักษณะไม่อิ่มตัวหากช่องว่างที่กักเก็บไว้มีการเคลื่อนไหวระหว่างน้ำและอากาศมักเรียกว่าน้ำในดิน หรือ Soil Water แต่หากน้ำที่อยู่ใต้ดินอยู่ลึกลงไปมากจนอยู่ระหว่างช่องว่าง รอยแตกหรือโพรงของชั้นหินมักเรียกว่าน้ำบาดาล หรือ Ground Water ซึ่งหินที่โอบอุ้มน้ำที่อยู่ภายใต้ดินในลักษณะนี้มักมีลักษณะเป็นหินอุ้มน้ำเพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำเอาไว้ได้ น้ำในบริเวณลักษณะอิ่มตัว แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมโดยรอบ หรือที่เรียกว่าวัฎจักรของน้ำระหว่างไอน้ำ น้ำบนดิน และน้ำที่อยู่ใต้ดินนั่นเอง อย่างไรก็ดีบางครั้งน้ำใต้ดินอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำอย่างผิดปกติ อาจเนื่องมาจากมีการดึงไปใช้งานมากผิดปกติ หรือเกิดภัยแล้งอย่างต่อเนื่องนานหลายปี เกิดเป็นความจำเป็นที่จะต้องนำระบบเติมน้ำใต้ดินมาใช้แก้ไขปัญหาน้ำที่อยู่ใต้ดิน โดยวัตถุประสงค์ของการใช้ระบบเติมน้ำที่ชั้นใต้ดินนั้นได้แก่ ฟื้นฟูและแก้ไขระดับน้ำที่อยู่ใต้ดิน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อพื้นที่ดังกล่าวมีปัญหาระดับน้ำที่อยู่ใต้ดินลดลงอย่างต่อเนื่อง หรือเกิดภัยแล้งยาวนานมาหลายปี บรรเทาปัญหาอุทกภัย เป็นวิธีการแก้ปัญหาวิกฤ๖น้ำหลากในช่วงฤดูมรสุม โดยกักเก็บน้ำที่ท่วมล้นในช่วงที่เกิดอุทกภัยมากักเก็บเอาไว้ที่ชั้นใต้ดินแทน เพื่อให้กลายเป็นแหล่งน้ำทดแทนในช่วงที่น้ำเกิดปัญหาขาดแคลน ป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็ม เป็นปัญหาที่พบได้ในบริเวณที่อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล เมื่อน้ำใต้ดินที่เป็นน้ำจืดมีน้อยมากกว่าน้ำเค็ม ก็อาจจะถูกน้ำเค็มรุกล้ำเข้ามา ส่งผลให้น้ำในบริเวณดังกล่าวกลายสภาพเป็นน้ำกร่อย ซึ่งส่งผลเสียร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว จำเป็นต้องมีการเติมน้ำเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว รักษาสมดุลน้ำในพื้นที่บริเวณต่าง ๆ การที่น้ำที่อยู่ใต้ดินลดระดับลงนอกจากจะส่งผลเสียต่อการใช้น้ำของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ แล้ว ยังส่งผลต่อแรงดันที่อยู่ภายใต้ชั้นดิน และระดับของชั้นผิวดินโดยตรง จึงต้องเติมน้ำเพื่อรักษาสมดุลระหว่างน้ำและดินให้คงอยู่ตลอดไป อย่างไรก็ดีการเติมน้ำลงไปที่ชั้นใต้ดิน จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนมาเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถรักษาระดับน้ำได้อย่างพอดี มีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องยาวนาน […]
ข้อดีข้อเสียของการใช้ถังเก็บน้ำใต้ดิน

ถังเก็บน้ำใต้ดิน ถือเป็นวิธีการจัดการน้ำรูปแบบหนึ่งที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงในวงกว้างเป็นอย่างมาก เพราะน้ำคือทรัพยากรสำคัญของสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตบนโลกใบนี้ เพราะเป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตเกือบทุกประเภท รวมทั้งมนุษย์ด้วย ซึ่งในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการกักเก็บน้ำสมัยใหม่ ทำให้ภาวะคลาดแคลนน้ำเกิดขึ้นได้ยากขึ้น แต่ในพื้นที่ห่างไกลบางแห่งปัญหาการขาดแคลนน้ำก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ จึงเกิดเป็นความจำเป็นที่จะต้องกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในยามจำเป็น ซึ่งการใช้ถังสำหรับเก็บน้ำเอาไว้ใต้ดินก้เป็นอีกวิธีการที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ประเภทของถังเก็บน้ำใต้ดินโดยทั่วไปมีด้วยกัน 2 ประเภท ได้แก่ ถังเก็บน้ำแบบคอนกรีต มักมีรูปแบบไม่แน่นอนสามารถปรับขึ้นรูปได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน มีความแข็งแรงทนทาน สามารถกักเก็บน้ำได้ในปริมาณมาก ๆ ถังเก็บน้ำแบบพลาสติก มักประกอบขึ้นจากพลาสติกชนิดพิเศษที่มีความคงทน แข็งแรง ไร้สารตกค้างที่เป็นอันตราย ตัวถังสามารถรองรับแรงกด และแรงกระแทกได้ดี ข้อดีของถังเก็บน้ำใต้ดิน เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีขนาดเล็ก เพราะเมื่อถังบรรจุน้ำถูกนำไปเก็บเอาไว้บริเวณใต้ดินย่อมส่งผลให้พื้นที่หน้าดินยังว่าง สามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี อุณหภูมิน้ำในถังเก็บค่อนข้างคงที่ ในกรณีของถังเก็บน้ำที่อยู่บนผิวดินมักต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด สภาพอากาศที่แปรปรวน เผชิญพายุฝนฟ้าคะนอง หรือลมแรง ๆ ส่งผลให้อุณหภูมิของน้ำในแต่ละช่วงวันมีความแตกต่างกันมาก หลายครั้งอาจทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงจนยากต่อการนำไปใช้งาน แต่เมื่ออยู่ใต้ดินปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ส่งผลให้อุณหภูมิของน้ำค่อนข้างคงที่ ข้อเสียของถังเก็บน้ำใต้ดิน การติดตั้งค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลานาน เนื่องจากถังเก็บน้ำประเภทนี้จำเป็นต้องทำการขุดผิวดิน เพื่อฝังตัวถังเก็บน้ำลงไปใต้ดิน ส่งผลให้ต้องใช้เวลาในการเตรียมผิวดินค่อนข้างนาน ยิ่งเป็นถังเก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ รองรับน้ำที่มีน้ำหนักมาก ๆ ก็ยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมฐานรากของพื้นที่รองรับถังให้แข็งแรงมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้ใช้เวลาในการติดตั้งนานมากขึ้นเท่านั้น การดูแลรักษาทำได้ยาก […]
น้ำใต้ดิน ดัชนีชี้วัดคุณภาพของทรัพยากรน้ำที่สำคัญ

แหล่งน้ำธรรมชาติสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ น้ำในบรรยากาศ หรือไอน้ำและเมฆฝน น้ำผิวดินหรือน้ำท่า หรือน้ำตามแหล่งน้ำอย่างแม่น้ำ ทะเล ทะเลสาบ และน้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาล การไหลเวียนของน้ำมีลักษณะเป็นวัฎจักร กล่าวคือน้ำในบรรยากาศจะตกลงมาสู่พื้นโลก บางส่วนจะถูกกักเก็บเอาไว้ตามแหล่งน้ำผิวดิน อย่างแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ต่าง ๆ แต่จะมีน้ำผิวดินบางส่วนที่ไหลซึมลงไปสู่ใต้ดิน ซึ่งน้ำเหล่านี้จะถูกกักเก็บไว้ในช่องว่างระหว่างชั้นดิน ชั้นหิน ชั้นตะกอน หรือชั้นกรวด โดยน้ำที่ไหลสู่ใต้ดินและไหลซึมอยู่ในช่องว่างระหว่างเม็ดดินที่ไม่ลึกจากผิวดินมากนักมักถูกเรียกว่าน้ำในดิน ซึ่งในฤดูแล้งน้ำในดินลักษณะนี้อาจถูกความร้อนจากแดดจนระเหยแห้งไปได้ แต่ก็จะมีน้ำบางส่วนที่สามารถไหลซึมลึกลงไปใต้ดินชั้นต่อไปได้อีก สุดท้ายน้ำเหล่านั้นอาจถูกกักเก็บเอาไว้ในช่องว่างระหว่างตะกอน หรือรอยแตกของชั้นดิน ที่เป็นชั้นหิน ตะกอน หรือกรวด เกิดเป็นน้ำบาดาล ซึ่งป็นแหล่งน้ำที่สำคัญหนึ่งที่มนุษย์ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคมาช้านานแล้ว ตามธรรมชาติน้ำบาดาลนับเป็นแหล่งน้ำที่มีคุณภาพ เพราะมีชั้นดินทำหน้าที่เป็นตัวกรองขจัดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกไปแล้ว แต่ในปัจจุบันเมื่อมีความเจริญ และความหนาแน่นของชุมชนเมืองเพิ่มขึ้น ทำให้คุณภาพของน้ำบาดาล และแหล่งน้ำอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันการใช้งานน้ำใต้ดินจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและควบคุมอย่างเหมาะสม เพราะหากชั้นน้ำที่อยู่ใต้ดินหายไป หรือหมดไปอย่างรวดเร็วก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาดินทรุดที่เป็นอันตรายต่ออาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างมาก และเนื่องจากเป็นแหล่งน้ำที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวดิน ดังนั้นแหล่งน้ำประเภทนี้จึงมักกลายเป็นแหล่งสะสมของมลพิษต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ในบรรยากาศ […]
เหตุผลที่การดูแลรักษาน้ำใต้ดินมีความสำคัญ

เหตุผลที่การดูแลรักษาน้ำใต้ดินมีความสำคัญ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่าน้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินกันมาบ้างแล้ว ซึ่งในอดีตถือเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับพื้นที่กันดาร น้ำบาดาลแต่ละแห่งจะมีระดับความลึกจากผิวดินที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีคุณภาพ หรือสารเคมีต่าง ๆ แตกต่างกัน บางแห่งที่น้ำบาดาลมีคุณภาพดี เหมาะกับการรับประทานก็อาจมีการนำมาจำหน่ายในรูปแบบของน้ำแร่ได้อีกด้วย แต่ในปัจจุบันแหล่งน้ำใต้ดินถือเป็นดัชนีชี้วัดสภาพทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ เนื่องจากน้ำบาดาลเกิดจากการสะสมของน้ำฝนในชั้นบรรยากาศที่ซึมผ่านชั้นของดินและหินแล้วอยู่รวมกันใต้พื้นดิน บางแห่งก็จะอยู่ระหว่างชั้นหินและชั้นดิน แต่บางแห่งอาจสะสมอยู่ตามรูพรุนของชั้นหิน ซึ่งอาจลึกลงไปได้หลายเมตรเลยทีเดียว หลายแห่งจึงสามารถทำการขุดเจาะเพื่อนำน้ำบาดาลมาใช้งานได้ ความสำคัญของน้ำบาดาลนั้นมีมาอย่างช้านานแล้ว ถือเป็นแหล่งน้ำที่มนุษย์นำมาใช้กันมานานแล้ว และมีปริมาณมากถึง 29% เมื่อเทียบสัดส่วนจากแหล่งน้ำจืดทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกใบนี้ แม้ว่าในปัจจุบันมีกฎหมายควบคุมการนำแหล่งน้ำใต้ดินมาใช้งาน เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางธรณีวิทยาแล้วก็ตาม แต่ตามพื้นที่ที่น้ำประปาหรือระบบชลประทานยังไปไม่ถึงนั้นการนำน้ำบาดาลมาใช้งานกันอยู่อย่างแพร่หลาย ถือเป็นแหล่งนำที่มีความสำคัญทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคในครัวเรือน และเพื่อการเกษตรกรรม อย่างไรก็ดีในปัจจุบันเมื่อภาคอุตสาหกรรมและถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ๆ ทำให้เกิดมลพิษต่าง ๆ ออกมามากขึ้น ซึ่งน้ำก็นับว่าเป็นมลพิษประเภทหนึ่งที่เกิดการปนเปื้อนออกมาจากแหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมเหล่านี้ และเมื่อน้ำที่เป็นพิษเหล่านี้ซึมผ่านชั้นดินก็จะปนเปื้อนเข้าสู่แหล่งน้ำใต้ดินได้ การปนเปื้อนของมลพิษในน้ำบาดาลสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในบางพื้นที่การปนเปื้อนของน้ำบาดาลอาจเป็นสาเหตุทำให้ประชากรเกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ได้ โดยทั่วไปสารปนเปื้อนที่พบในน้ำบาดาลมักเป็นสารโลหะหนักชนิดต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ตะกั่ว แคดเมียม โครเมียม ทองแดง สังกะสี สารหนู เหล็ก แมงกานีส และปรอท ซึ่งสารพิษต่าง ๆ […]
